หญิงต่างชาติจอดเบนซ์ทิ้งไว้ที่โรงแรมกว่า 4 ปี ทำค่าจอดพุ่งถึง 2.5 แสน

อาการขี้ลืมของคนเรานั้นมักเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งหากเราเหม่อลอยหรือจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากไป ซึ่งส่วนมากเชื่อได้เลยว่าคนเราอาจจะลืมพวกของชิ้นเล็กๆ อย่างกุญแจบ้าน กุญแจรถ กุญแจห้อง หรือ หนักสุดน่าจะเป็นกระเป๋าสตางค์ที่มักจะลืมเอาออกมาจากบ้าน แต่ใครบ้างที่จะขี้ลืมอย่างหนักเหมือนเศรษฐีนีชาวจีนคนนี้  ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล   เรื่องราวขี้ลืมแบบสุดๆ นี้เกิดขึ้นที่ เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ของประเทศจีน เมื่อสื่อต่างประเทศได้รายงานว่า มีผู้หญิงรายหนึ่งลืมรถเบนซ์ไว้ที่ลานจอดรถของโรงแรมในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งทางพนักงานโรงแรมได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า รถยนต์คันนี้ได้เข้ามาจอดนานกว่า 4 ปีแล้ว ซึ่งเมื่อคำนวณค่าที่จอดรถตามระยะเวลาจริง สะสมเป็นยอดรวมมากถึง 50,000 หยวน หรือกว่า 256,000 บาท  ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ตามรายงานระบุต่อไปอีกว่า ผู้ที่แจ้งเรื่องคือผู้จัดการโรงแรมที่หวังจะขอให้ทางตำรวจช่วยตามหาเจ้าของรถคันดังกล่าว เนื่องจากต้องการให้ลูกค้ามารับรถกลับไปและเคลียร์ค่าที่จอดรถให้เรียบร้อย ทางตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถ ก็เจอตัวเจ้าของในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งพบว่าเธอเป็นหญิงรายหนึ่งที่อยู่ต่างเมือง และแล้วความจริงทุกอย่างก็คลี่คลาย เมื่อเรื่องราวได้ถูกย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งเศรษฐินีรายนี้ขับรถเบนซ์คันดังกล่าวมาจอดไว้ที่โรงแรมเพื่อปาร์ตี้กับแก๊งเพื่อน ทว่าหลังจากกินดื่มเสร็จสรรพ งานเลี้ยงเลิกรา เธอก็รู้สึกเบลอๆ ขณะที่เพื่อนๆ เองก็ไม่ทราบว่าเธอนำรถมาด้วย จึงช่วยพาเธอไปส่งถึงบ้าน ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล นอกจากนี้เจ้าของรถยังเผยว่าหลังจากนั้นเธอก็ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการทำธุรกิจ อีกทั้งเธอยังมีรถอยู่หลายคันด้วยกัน จึงทำให้ลืมไปเสียสนิทเลยว่าจอดรถเบนซ์ทิ้งไว้ที่โรงแรมแห่งนั้น    ด้านผู้จัดการโรงแรม ได้ให้ข้อมูลว่า ตอนแรกเขานึกว่ารถคันนี้เป็นของแขกที่มาพักระยะยาว จนผ่านไปสักพักก็สังเกตเห็นว่ารถไม่ถูกเคลื่อนไปไหนเลย แต่เพราะลูกค้าคือพระเจ้า งานบริการต้องมาก่อน เขาก็เลยไม่สะดวกใจที่จะติดตามหาตัวเจ้าของรถ อีกทั้งที่จอดรถดังกล่าวกำลังจะถูกปรับปรุงใหม่ ตนในฐานะผู้จัดการโรงแรมจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากตำรวจในที่สุด จนเจอตัวเจ้าของรถคันดังกล่าว  ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล อย่างไรก็ตาม หลังทางตำรวจพบตัวเจ้าของรถและมีการประสานเรื่องกัน ในที่สุดทางโรงแรมก็ยอมลดค่าจอดรถให้ จาก 50,000 หยวน เหลือเพียง 6,000 หยวน หรือราว 30,000 บาท ซึ่งทางเจ้าของเองก็ยอมจ่าย และได้ส่งรถมายกรถเบนซ์กลับไปแล้วเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา    ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ข้อมูลจาก แอปเปิลเดลี่   ติดตามข่าวสารทาง Line Source link

Read More

จีนเตรียมใช้หุ่นยนต์ประกอบอาคารตัวแรก สร้างทางรถไฟใต้ดิน

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เมื่อวันพุธ (4 ส.ค.) หนังสือพิมพ์ไซเอนซ์ แอนด์ เทคโนโลยี เดลี (Science and Technology Daily) รายงานว่า “หุ่นยนต์ประกอบชิ้นส่วนอาคาร” ตัวแรกของจีนออกจากสายการผลิตในมณฑลเจียงซูทางตะวันออกของประเทศแล้ว   หุ่นยนต์ดังกล่าวพัฒนาโดยบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ไซแอนซ์ แอนด์ อินดัสทรี กรุ๊ป จำกัด (China Railway Science & Industry Group Co) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรักชัน เอนจิเนียริง กรุ๊ป (CRCEG) โดยมีกำหนดนำไปใช้ก่อสร้างทางรถไฟใต้ดินในกว่างโจว หุ่นยนต์ประกอบชิ้นส่วนอาคารมาพร้อมเซ็นเซอร์ 72 จุด และกล้อง 50 ตัว มีความยาว 80 เมตร น้ำหนัก 460 ตัน และระยะการทำงาน 69 เมตร โดยสามารถติดตั้งคานน้ำหนักสูงสุด 120 ตัน ขาที่เคลื่อนย้ายได้อย่างอิสระ 8 ขาของหุ่นยนต์ประกอบด้วยยาง 32 เส้น ทำให้มันสามารถเดินได้อย่างคล่องตัวและก้าวข้ามสิ่งกีดขวาง ทั้งนี้ หนึ่งในคณะนักวิจัยเผยว่าหุ่นยนต์ประกอบชิ้นส่วนอาคารประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการกำหนดตำแหน่งเป่ยโต่ว ทำให้มีความแม่นยำการวัดระดับ 10 มิลลิเมตร และได้ยื่นจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์ระดับประเทศ 2 ฉบับแล้ว ที่มา China Xinhua News    ติดตามข่าวสารทาง Line Source link

Read More

ผู้ชายเกาหลีสาปส่ง นักยิงธนู กดดันให้คืนเหรียญทองทั้ง 3 แก่โอลิมปิก เหตุผมเธอสั้น

กลายเป็นเรื่องสุดอิหยังวะที่สุดในโลกออนไลน์เลยก็ว่าได้ เมื่อสื่อต่างประเทศรายงานว่า ชาวเน็ตในเกาหลีใต้ต่างเรียกร้องให้นักยิงธนูสาววัย 20 ปี ที่ได้คว้าเหรียญทองไปได้ถึง 3 เหรียญในมหกรรมการแข่งขันโอลิมปิกครั้งที่ 32 โตเกียวเกมส์ 2020 ณ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า เธอตัดผมสั้น โดยนักกีฬาคนดังกล่าวมีชื่อว่า อัน ซาน (An San) เธอมาแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและได้สร้างประวัติศาสตร์ที่ตนเองภาคภูมิใจอย่างมากด้วยการคว้า 3 เหรียญทอง ทั้งประเภท บุคคลหญิง , ทีมหญิง และ ทีมผสม แถมยังสร้างประวัติศาสตร์ ทำคะแนนได้ถึง 680 แต้ม ซึ่งได้ถูกจารึกเอาไว้ว่า เป็นคะแนนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก แต่แล้วความภาคภูมิใจดูเหมือนจะเกิดกับเธอและกลุ่มแฟนคลับเพียงไม่กี่กลุ่มเสียแล้ว เมื่อเธอกลายเป็นที่พูดถึงในด้านลบอย่างรุนแรงในกลุ่มชาวเน็ตชาย โดยเฉพาะชายหนุ่มและวัยรุ่น ซึ่งตามรายงานระบุว่า กลุ่มชาวเน็ตผู้ชายจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นที่ค่อนข้างหยาบคายไปถึง อัน ซาน ทั้งในแพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆ รวมถึงอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอด้วย โดยข้อความเหล่านั้นจับใจความได้ว่า พวกเขาต่างเรียกร้องให้นักยิงธนูสาวออกมาแสดงความขอโทษ คืนเหรียญทอง ทั้ง 3 เหรียญ รวมไปถึงการเป็นนักกีฬาโอลิมปิก ซึ่งพวกผู้ชายเหล่านั้นให้ความเห็นว่า อัน ซาน ไม่คู่ควรกับการได้รับมัน เพราะเธอตัดผมสั้นมาก ซึ่งพวกเขาเชื่อว่านี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นเฟมินิสต์ (คตินิยมสิทธิสตรี) นอกจากนี้ ชาวเน็ตผู้ชายกลุ่มนี้ยังระบุอีกด้วยว่า พวกเขาจ่ายเงินภาษีเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนของ อัน ซาน การกินอยู่ของเธอ ดังนั้นเธอไม่มีสิทธิที่จะทำตัวตามใจชอบ โดยเฉพาะการเป็นเฟมินิสต์ สำหรับ เฟมินิสม์ หรือ เฟมินิสต์ หรือ คตินิยมสิทธิสตรี (Feminism / Feminist) ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างมากในสังคมเกาหลี ซึ่งผู้ชายเป็นใหญ่ ไม่มีความเท่าเทียมทางเพศและผู้หญิงแทบไม่มีสิทธิ์มีเสียง แต่นั่นก็ทำให้ ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยออกมาประท้วงเรียกร้องสิทธิสตรี ต่อต้านมาตรฐานความงามที่เกินจริง และเรียกร้องว่าพวกเธอมีสิทธิ์ที่จะไว้ผมอย่างไรก็ได้ จะแต่งหน้าอย่างไรก็ได้ และแต่งกายอย่างไรก็ได้ ในขณะที่กลุ่มผู้ชายกลับต่อต้านประเด็นนี้อย่างรุนแรงมาก จนทำให้เกิดเป็นกลุ่ม Anti Feminist ขึ้นมา ซึ่งผู้ชายกลุ่มนี้จะร่วมกันแบนสินค้า…

Read More

คริสเตียน อิริคเซน หวนคืนสู่สนาม ทำแฟนๆ ใจฟู ยินดีต้อนรับกลับมาอีกครั้ง

หลังจากที่แฟนบอลทั่วโลกต่างช็อกไปตามๆ กัน เมื่อขณะที่กำลังชมฟุตบอลยูโร 2020 ในแมตช์ระหว่าง ฟินแลนด์ พบ เดนมาร์ก ในรอบแบ่งกลุ่มอยู่นั้น จู่ๆ คริสเตียน อีริคเซน (Christian Eriksen) นักเตะตัวเก๋ากองกลางทีมชาติเดนมาร์กกลับฟุบสลบ หมดสติคาสนาม ในช่วงที่เพื่อนร่วมชาติส่งบอลคืนให้ แล้วเจ้าตัวก็โหม่งคืนก่อนที่จะสลบไปนานหลายนานจนทีมแพทย์ต้องรีบทำการปั๊มหัวใจนานกว่าครึ่งชั่วโมง   หลังจากภาพนั้นที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต่างตกใจอย่างมากที่ คริสเตียน อีริคเซน หมดสติไปแบบนั้น ก่อนที่เขาจะถูกหามออกจากสนามไป แต่เรื่องหนึ่งที่น่ายินดีนั้นคือ เขาถูกหามออกไปในลักษณะที่ตัวนักเตะเองยังสามารถผงกหัวขึ้นมาได้ ทำให้แฟนๆ โล่งใจไปหนึ่งเปราะและหวังว่าเขาจะปลอดภัยจนกลับเข้ามาลงสนามได้อีกครั้ง ล่าสุดเรียกได้ว่าเป็นภาพที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอยเมื่อ อีริคเซน ได้โพสต์ภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมทั้งระบุข้อความเพียงสั้นๆ ว่า “ทีม” (Team) พร้อมกับในหัวในสองดวงที่เป็นสีน้ำเงินและดำ สีประจำของสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน ขณะเดียวกันทางต้นสังกัดของ อีริคเซน อย่างงูใหญ่อินเตอร์ก็ได้ออกแถลงการณ์ว่า กองกลางวัย 29 ปี ได้เดินทางมาพบกับผู้อำนวยการสโมสร, โค้ช, เพื่อนร่วมทีม และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเขา (อีริคเซน) ดูดีทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ต่อจากนี้เขาจะทำตามโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายของแพทย์ที่โคเปนเฮเกน ส่วนแพทย์ของอินเตอร์ฯ ก็จะช่วยติดตามไปจนจบโปรแกรม ก่อนหน้านั้น คริสเตียน อีริคเซน ได้โพสต์ภาพขณะที่กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งไปถึงแฟนๆ อีกทั้งยังกล่าวขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้เขา ซึ่งครั้งนั้นเขาได้บอกอาการของตัวเองว่ารู้สึกโอเค และพร้อมที่จะเชียร์ทุกๆ เกมที่เดนมาร์กลงเล่นในสนามศึกยูโร 2020 แล้ว ทว่าอาการของ อีริคเซน นั้น ดร.เมอร์ฟี่ย์ ที่ปรึกษาด้านโรคหัวใจของสาธารณสุขแห่งชาติของอังกฤษ (เอ็นเอชเอส) กล่าวว่า อีริคเซน คงต้องจบอาชีพในวัยแค่ 29 ปี เพราะในอิตาลี จะสั่งห้ามผู้คนเข้าไปมีส่วนร่วมในเกมกีฬาถ้าพวกเขาพบว่าคนๆ นั้นมีสัญญาณผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ มันเป็นกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผลงานของเดนมาร์กหลังจากที่ต้องพักตัวเก๋าอย่างอีริคเซนไปถือว่าทุกๆ คนในทีมใจสู้ไม่น้อย ชนิดที่เรียกได้ว่าหักปากกาเซีนยแทบจะทุกแห่งกันเลยทีเดียว เนื่องจากพวกเขาสามารถลงเล่นได้อย่างรัดกุม และโชว์ฟอร์มได้อย่างดีเยี่ยม กระทั่งสามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับทีมชาติอังกฤษ ก่อนที่จะพ่ายให้กับทัพสิงโตคำรามไป 2 – 1 …

Read More

ทูตไทยในวอชิงตันเผยเบื้องหลังดีลวัคซีนกับสหรัฐฯ

เอกอัครราชทูตไทยในสหรัฐฯเผยเบื้องหลังการประสานงานเพื่อเข้าถึงวัคซีนโควิด-19ทั้งในส่วนจัดซื้อ -รับบริจาค เผยใช้ทุกช่องทางตลอดหลายเดือน โดยเฉพาะทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ‘ส.ว.แทมมี’ ซึ่งมีส่วนในความช่วยเหลือจนได้รับวัคซีนเพิ่มเติมจากวัคซีนล็อตแรกที่เดินทางถึงไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Originally published at – https://www.voathai.com/a/interview-thai-ambassador-covid19-vaccine-us-to-thailand/5991454.html

Read More

ดาราเกาหลีรุ่นใหญ่ชื่อดังทำแฟนสาวอายุห่าง 39 ปีป่องใกล้คลอด

ทำวงการเกาหลีสั่นสะเทือน เมื่อสื่อในเกาหลีใต้ปูดตีข่าวสุดฉาวของ คิมยงกอน ดารารุ่นใหญ่วัย 76 ปี ที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีในบทพ่อจากซีรีส์ยอดฮิตหลายเรื่อง เรียกได้ว่าคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างดีในจอแก้วของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งล่าสุดเขามีทำแฟนสาวรุ่นลูกตั้งครรภ์ แต่ทางด้านดาราดังได้บังคับให้เธอไปนำลูกในท้องออก ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา   ตามรายงานของสื่อดังแดนโสมขาวระบุว่า หญิงสาววัย 37 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ ให้ดำเนินคดีเอาผิดกับ คิมยงกอน ดาราชื่อดัง ซึ่งหญิงสาวได้ให้การว่า เธอเป็นแฟนสาวของดารารุ่นใหญ่วัย 76 ปี พร้อมกับเปิดเผยว่า เธอได้คบหาอย่างลับๆ กับเขามากว่า 13 ปี แต่ตอนนี้เขากลับอยากให้เธอและลูกน้อยหายไปจากชีวิตของเขา   “ฉันจึงอดคิดไม่ได้ว่าเขาขาดความรับผิดชอบและเห็นแก่ตัว”  หญิงสาววัย 37 ระบุ ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา   นอกจากนี้เธอยังเลาให้เจ้าหน้าที่ฟังอีกว่า ภายหลังที่เธอบอกแฟนรุ่นใหญ่ว่าเธอกำลังตั้งท้อง และแทนที่เขาจะดีใจที่กำลังจะมีทายาทเพิ่มอีกคน แต่เขากลับ ต่อต้านการตั้งครรภ์ของเธอโดยทันที ทั้งนี้หญิงสาวคนดังกล่าวยังได้ยื่นฟ้องต่อ คิมยงกอน เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 ในข้อหาพยายามบังคับยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งตามกฎหมายแพ่งของเกาหลี ที่ว่าด้วยเรื่องการกดดันให้ผู้อื่นยุติการตั้งครรภ์ถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย  ด้านทนายของฝ่ายหญิงยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า ฝ่าย คิมยงกอน พยายามกดดันให้ลูกความของเขายุติการตั้งครรภ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่า เธอปฏิเสธที่จะทำเช่นนั้น อีกทั้งยังดูแลตัวเองและลูกน้อยในท้องเพียงลำพัง พร้อมกันนี้เธอมีกำหนดคลอดในเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะถึง ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ขณะเดียวกันด้านดาราดังรุ่นเดอะของเกาหลีใต้หลังตกเป็นข่าวดัง เขาก็ได้ออกมาแถลงการขอโทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่าเป็นความจริงและชี้แจงว่า ตนเองก็อยากจะแสดงความเสียใจต่อทั้งแม่และลูกจากใจจริง ซึ่งตนยินดีที่จะสนับสนุนการคลอดลูกน้อยของเธอและรับผิดชอบทุกอย่าง  “ทำให้ผมไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดการฟ้องร้องทางกฎหมายขึ้น หัวใจของผมหนักอึ้งเมื่อนึกถึงหากวันหนึ่งโตขึ้นแล้วเด็กจะรู้เรื่องคดีนี้” คิมยงกอนกล่าวถึงเรื่องฉาว ดาราเกาหลีพยายามอธิบายต่อไปว่า เขารู้จักกับเธอมาเป็นเวลานาน ซึ่งเธอเป็นคนที่ดูแลเขามาตลอด ซึ่งตอนแรกที่รู้ว่าเธอตั้งครรภ์ ก็แปลกใจและกังวลมากกว่าจะมีความสุข เพราะไม่ได้สัญญาหรือวางแผนจะมีอนาคตร่วมกัน ทำให้กังวลเกี่ยวกับอายุของเขาและความสามารถในการเลี้ยงดูลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมา รวมไปถึงความคิดเห็นของสาธารณชน และไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับลูกชายของตัวเองอย่างไร เนื่องจากตนกลัวว่าพวกเขาจะรับไม่ได้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงบอกเธอไปว่าตนไม่สามารถบอกใครได้ว่ากำลังจะมีลูก ทว่าแม้ตนจะขอร้องและพยายามอธิบายแล้ว แต่ฝ่ายหญิงก็ย้ำว่าลูกในท้องมีค่ามากแค่ไหน และเขาจึงเริ่มสำนึกได้ ยิ่งพอบอกเรื่องนี้ให้ลูกๆ ของเขาได้รู้ พวกเขาก็ยินดีและอ้าแขนรับ แม้เขายืนยันว่าจะรับผิดชอบเธอ แต่มันก็สายไปแล้ว เพราะเธอได้บล็อกการติดต่อและบอกให้คุยกับทนายของเธอเท่านั้น คิมยงกอน ยังยืนยันอีกว่า…

Read More

ญี่ปุ่นเผย สมาชิกระบำใต้น้ำกรีซศึกโอลิมปิก 5 คน ติดเชื้อโควิด-19

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า วันพุธ (4 ส.ค.) โฆษกคณะกรรมการจัดการแข่งขันโตเกียว โอลิมปิกและพาราลิมปิก เกมส์ 2020 (TOCOG) เปิดเผยว่าสมาชิกทีมนักระบำใต้น้ำของกรีซ จำนวน 5 คน มีผลตรวจโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็นบวก     ทาคายะ มาสะ โฆษกคณะกรรมการฯ แถลงข่าวว่า “เมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) พบนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมนักระบำใต้น้ำของกรีซ ซึ่งพักอยู่ในหมู่บ้านนักกีฬาโอลิมปิก มีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวก 5 คน ส่วนอีก 7 คน มีผลตรวจโรคเป็นลบ ซึ่งบางส่วนถูกกำหนดเป็นผู้มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดแล้ว ขณะบางส่วนรอกำหนดสถานะ” “จากสถานการณ์นี้ เราเสนอคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติกรีซว่าสมาชิกทั้งเจ็ดคนควรถูกส่งตัวไปยังสถานที่กักตัวนอกหมู่บ้านนักกีฬาโอลิมปิกทันที ซึ่งคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติกรีซยอมรับข้อเสนอนี้ จึงมีการย้ายสมชิกกลุ่มดังกล่าวออกจากหมู่บ้านไปยังสถานที่กักตัวแล้ว” ทาคายะกล่าวเสริม ทาคายะระบุว่าตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมถึงวันที่ 2 ส.ค. คณะกรรมการจัดการแข่งขันโตเกียว โอลิมปิกและพาราลิมปิก เกมส์ 2020 ได้ดำเนินการตรวจโรคโควิด-19 ที่ท่าอากาศยานมากกว่า 42,000 ครั้ง และตรวจพบผู้ป่วย 35 ราย ขณะเดียวกันมีการตรวจคัดกรองโรคมากกว่า 500,000 ครั้ง ในช่วงเดียวกัน และพบผู้ป่วยรวม 105 ราย ที่มา China Xinhua News   ติดตามข่าวสารทาง Line Source link

Read More

กรุงโตเกียวป่วยโควิด-19 เพิ่มกว่า 3,700 ราย ด้านหมอสวดยับนโยบายเตียงผู้ป่วย

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงาน รัฐบาลเขตมหานครโตเกียวของญี่ปุ่นรายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 3,709 ราย เมื่อวันอังคาร (3 ส.ค.) ซึ่งทวีความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล หลังจากโยชิฮิเดะ สุงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ตัดสินใจให้โรงพยาบาลรับรักษาผู้ป่วยอาการหนักเท่านั้น กรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น ตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ ช่วง 7 วัน เพิ่มขึ้นทำสถิติอยู่ที่เฉลี่ย 3,337.4 รายต่อวัน พุ่งขึ้นร้อยละ 89.3 จากช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า โดยมีการตรวจพบผู้ป่วยใหม่รายวันสูงเกิน 3,000 ราย ติดต่อกัน 5 วัน และลดลงอยู่ที่ 2,195 ราย เมื่อวันจันทร์ (2 ส.ค.) ที่ผ่านมา   โตเกียวอยู่ภายใต้ภาวะฉุกเฉิน ครั้งที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. แม้การจราจรทางเท้าในย่านตัวเมืองโตเกียวลดลงเล็กน้อย แต่ยอดผู้ป่วยรายใหม่ยังคงเพิ่มขึ้น เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา ที่แพร่กระจายง่าย ก่อนหน้านี้รัฐบาลกลางญี่ปุ่นระบุว่าผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทุกคนควรเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ยกเว้นผู้ป่วยที่มีอาการไอเพียงเล็กน้อย ก่อนจะปรับนโยบายใหม่ในวันจันทร์ (2 ส.ค.) โดยกำหนดว่าผู้ป่วยอาการหนักเท่านั้น จึงจะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ ปัจจุบันผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการหายใจหรือปอดบวมอาจต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้าน แพทย์บางส่วนวิจารณ์ว่าการตัดสินใจนี้ไร้ความรับผิดชอบ เนื่องจากการเปลี่ยนนโยบายกะทันหันจะทำให้ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตที่บ้านเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่ามีผู้ป่วยโรคโควิด-19 เสียชีวิตที่บ้านรวม 84 ราย ในระยะ 6 เดือนที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายน โคจิ วาดะ ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยนานาชาติด้านสุขภาพและสวัสดิการ กล่าวว่าผู้ป่วยจำนวนมากต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้านนับตั้งแต่ระบบการแพทย์แบกรับภาระหนักหน่วงจากยอดผู้ป่วยที่พุ่งสูง และควรดำเนินมาตรการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างเหมาะสมหากพวกเขาอาการทรุดหนัก  โทโมะ คิมูระ แพทย์ที่ให้บริการตรวจรักษาถึงบ้านในเขตมหานครโตเกียว กล่าวว่าเป็นเรื่องยากที่คลินิกจะตรวจผู้ป่วยทางออนไลน์แบบเรียลไทม์ เนื่องจากขาดแคลนทั้งอุปกรณ์และกำลังคน “รัฐบาลมีเวลาเหลือเฟือที่จะดำเนินมาตรการรับมือ เช่น จัดเตรียมสถานที่รักษาตัวเพิ่ม แต่พวกเขาไม่ได้ทำ ผมคิดว่าผมจะช่วยอะไรได้บ้างในฐานะแพทย์ แต่การโยนภาระมาให้กะทันหันเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ”    ที่มา China Xinhua News  …

Read More

หนุ่มนศ.แพทย์ต่างชาติตกใจสุดขีด เรียนกายวิภาคเจอร่างอาจารย์ใหญ่คือเพื่อนสนิท

ทำชาวเน็ตน้ำตาร่วงกันทั้งโลก เมื่อได้ทราบเรื่องราวของหนุ่มนักศึกษาแพทย์จากประเทศไนจีเรีย หลังจากที่เขาได้เพียรพยายามหมั่นเพียรเรียนหมออย่างหนัก แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ต้องเจอเรื่องสะเทือนใจในห้องเรียนกายวิภาค ที่ต้องทำการศึกษาร่างอาจารย์ใหญ่ เพื่อให้ได้เข้าใจโครงสร้างของมนุษย์โดยแท้จริงก่อนที่จะนำไปปรับใช้กับวิชาชีพ   ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับบเนื้อหา   เรื่องราวสุดช็อกนี้เกิดขึ้นกับ เอนยา นักศึกษาแพทย์วัย 26 ปี จากมหาวิทยาลัยคาลาบาร์ ในประเทศไนจีเรีย ที่วันหนึ่งเขาต้องมาศึกษาร่างอาจารย์ใหญ่ที่เป็นเพื่อนของเขาเองในชั้นเรียนกายวิภาค ซึ่งเขาและกลุ่มเพื่อนนักศึกษาแพทย์ กำลังเตรียมที่จะผ่าร่างของอาจารย์ใหญ่ 3 ร่าง แต่แล้วเมื่อ เอนยา กลับพบว่าหนึ่งในร่างนั้นคือเพื่อนสนิทของเขาเอง ร่างที่ว่านั้นเป็นของ ดีวายน์ เพื่อนของเขาที่คบกันมานานถึง 7 ปีและรู้จักกันเป็นอย่างดี แน่นอนว่า เมื่อนักศึกษาหนุ่มเห็นดังนั้นก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อย ถึงกับกรีดร้องเสียงหลง ก่อนที่จะวิ่งหนีออกไปจากห้อง ทำให้เพื่อนคนอื่นๆ ตกใจกับสิ่งที่เขาทำ ก่อนที่จะวิ่งตามไป จึงได้เห็นว่า เอนยา กำลังนั่งร้องไห้เสียใจอย่างหนัก   ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับบเนื้อหา เอนยา ได้เล่าเรื่องราวดังกล่าวให้กับสื่อต่างประเทสเจ้าหนึ่งฟังว่า เขาและเพื่อนคนนี้เคยไปเที่ยวไนต์คลับด้วยกัน ซึ่งตนเองไม่เคยคาดคิดและรู้เลยว่าเขาเสียชีวิต จนกระทั่งได้มาเห็นร่างของเขาที่น่าสลดมาก เนื่องจากร่างกายของเขามีรอยจากรูกระสุน 2 รูที่หน้าอกด้านขวา    หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว นักศึกษาหนุ่มได้ติดต่อไปยังครอบครัวของดีวายน์ ในที่สุดก็พบความจริงว่า ทางครอบครัวเองก็กำลังตามหาเพื่อนคนนี้ของเขาอยู่เหมือนกัน ซึ่งก่อนหน้านั้นทางครอบครัวติดต่อเขาไม่ได้จึงแจ้งไปยังสถานีตำรวจ 3 แห่ง ให้ช่วยออกติดตามหาตัว ก่อนจะพบว่า ดีวายน์และเพื่อนถูกตำรวจจับระหว่างในตอนกลางคืน กระทั่งได้รับข่าวเศร้าว่า ดีวายน์ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับบเนื้อหา หลังจากที่ ดีวายน์ เสียชีวิต ทางครอบครัวเขาไม่สามารถตรวจสอบหรือแม้กระทั่งได้รับร่างของดีวายน์กลับคืนมา จนในที่สุดมาทราบในภายหลังว่าทางรัฐส่งร่างกายดีวายน์ ไปให้ทางโรงเรียนแพทย์ ยิ่งเป็นการตอกย้ำประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในไนจีเรียเกี่ยวกับเรื่องความใจร้ายของตำรวจ ขณะเดียวกัน โอยิโฟ อานา หนึ่งในกลุ่มนักศึกษาแพทย์ ยังได้เล่าเพิ่มเติมอีกว่า ร่างอาจารย์ใหญ่ ส่วนใหญ่ที่พวกเขาศึกษาในวิชาเรียน มักจะมีร่องรอยการถูกยิงด้วยกระสุนปืน แต่หลังจากได้เห็นเหตุการณ์นี้ ทำให้รู้สึกแย่มากที่รู้ว่าร่างของผู้เสียชีวิตบางคนไม่ใช่ร่างของพวกอาชญากรที่ทำผิดจริงๆ   ทั้งนี้ภายหลังจากจากเหตุการณ์ดังกล่าว เอนยา ได้รับผลทางจิตใจอย่างรุนแรง จนต้องหยุดการศึกษาเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ จนส่งผลให้เขาเรียบจบช้ากว่าเพื่อนร่วมชั้น 1 ปี แต่ท้ายที่สุดเขาก็สามารถทำงานห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลได้  อย่างไรก็ตาม ทางด้านสมาคมนักกายวิภาคศาสตร์ของไนจีเรีย เรียกร้องให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายที่ถูกบริจาคส่งมายังโรงเรียนแพทย์ได้รับความยินยอมจากครอบครัวและมีบันทึกประวัติทั้งหมด …

Read More