“แฟรนไชส์” แห่ปิดตัวคืนสิทธิ์ ต้านพิษโควิดไม่ไหว-รายใหม่ชะลอลงทุน

พิษโควิดยังลามไม่หยุด ล็อกดาวน์ทำธุรกิจไม่ต่อเนื่อง เปิด ๆ ปิด ๆ รายได้ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย เผยแฟรนไชส์เครื่องดื่มเหนื่อยหนัก เศรษฐกิจ-กำลังซื้อ ทุบน่วม รายได้ไม่มี-ภาระต้นทุนหนักอึ้ง แบกไม่ไหว ทยอยคืนสิทธิ์-คืนพื้นที่ โบกมือลา โอดเข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก ขณะที่นักลงทุนชะลอแผนขยายธุรกิจ ย้ำไม่วางใจสถานการณ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดที่กระทบระลอกแล้วระลอกเล่า ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่มต้องเผชิญกับความยากลำบาก ต้องแบกรับต้นทุนสูง ขณะเดียวกันลูกค้าก็ยังไม่กลับมาใช้จ่าย ซึ่งมีตัวแปรด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อเข้ามาเป็นโจทย์ใหญ่ ทำให้อยู่ต่อไม่ไหวต้องโบกมือออกจากตลาดไป ต้านไม่ไหว-ทยอยปิดร้าน แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการนมพร้อมดื่มรายใหญ่เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นและลากยาวมาเกือบ 2 ปี ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ร้านเครื่องดื่มค่อนข้างลำบาก โดยที่ผ่านมามีแฟรนไชซีจำนวนหนึ่งที่ได้ทยอยขอคืนแฟรนไชส์ รวมทั้งมีการคืนพื้นที่ให้กับเจ้าของพื้นที่ โดยเฉพาะรายที่เน้นการเปิดร้านในเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สถานีบริการน้ำมัน รวมถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เนื่องจากไม่มีรายได้เข้ามา เพราะต้องปิดร้านในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ แต่ตรงกันข้ามยังต้องแบกรับค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเช่าพื้นที่ พนักงาน “ตอนนี้ แม้ว่าภาครัฐเริ่มผ่อนคลายธุรกิจแล้ว แต่ทราฟฟิกยังไม่กลับมา ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายจากปัญหาเรื่องกำลังซื้อ ประกอบกับการแข่งขันสูง จึงทำให้ยังมีภาพของการทยอยคืนแฟรนไชส์เพิ่มอย่างต่อเนื่อง” นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ อาทิ ร้านอาหารญี่ปุ่น เซ็น อากะ ร้านอาหารญี่ปุ่น ปิ้งย่าง และแฟรนไชซอร์ ร้านอาหารตามสั่ง “เขียง” แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว ลากยาวมาถึงปีนี้มีผลต่อสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้ออย่างมาก และกระทบถึงธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร ร้านกาแฟ ขนาดเล็กไปจนถึงกลาง ทั้งร้านในศูนย์การค้า สถานีบริการน้ำมัน ตลาดสด ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการหายไปกว่า 80-90% เมื่อไม่มีรายได้เข้ามา แต่รายจ่ายยังมีต่อเนื่อง ทั้งค่าแรกเข้า ค่ารายเดือน ค่าวัตถุดิบ และค่าจ้างพนักงาน ไปจนถึงค่าเช่าพื้นที่…

Read More

สธ. ชู “หมอพร้อม” แสดงข้อมูลฉีดวัคซีน-ผลตรวจโควิดแบบดิจิทัลรับเปิดประเทศ

สธ. ปั้น “หมอพร้อม” สู่ Digital Health Pass แสดงหลักฐานการรับวัคซีนโควิด-ผลการตรวจโควิด-ประวัติการติดเชื้อ หวังอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง-การเข้ารับบริการในสถานที่ต่าง ๆ ตามมาตรการ COVID Free Setting โรดแมปเปิดประเทศ 1 พ.ย. วันที่ 18 ตุลาคม 2564 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า แต่เดิมแอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” เป็นระบบที่รวบรวมรายงานผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 และอาการไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ดี เพื่อรองรับการเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้อย่างปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มทรงตัว รวมถึงมีการผ่อนคลายให้กลับมาเปิดกิจการและกิจกรรมในสถานที่ต่าง ๆ แต่ยังคงมาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบมารองรับให้สามารถตรวจสอบประวัติการรับวัคซีน ผลการตรวจหาเชื้อ และการวินิจฉัยโควิด-19 ได้ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ดังนั้น สธ. จึงปรับแอปพลิเคชั่น ผ่านการยกระดับให้เป็น Digital Health Pass อำนวยความสะดวกแก่สถานประกอบการในการตรวจสอบและประชาชนในการแสดงหลักฐานข้อมูล ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1.การรับวัคซีนโควิด-19 ซึ่งจะถูกบันทึกโดยหน่วยบริการวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ หากประชาชนได้รับวัคซีนครบ ระบบจะแสดงสถานะสีเขียวว่า รับวัคซีนแล้ว (Vaccinated) 2.ผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งแบบ RT-PCR และ ATK โดยข้อมูลจะถูกส่งมาจากโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา และหน่วยงานอื่น ๆ ที่ร่วมโครงการ “หมอพร้อม Station” ในการบันทึกข้อมูลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 3.ประวัติการวินิจฉัยโควิด-19 ที่จะแสดงสถานะการวินิจฉัยโควิด-19 โดยแพทย์ สำหรับผู้ที่หายป่วยแล้ว ข้อมูลที่แสดงบน Digital Health Pass เป็นข้อมูลแบบย่อเพื่อให้ผู้ให้บริการตรวจสอบ และสามารถสแกน QR Code ที่อยู่ด้านล่างสุด…

Read More

สธ. พร้อมปักวัคซีนเข็ม 3 คนไทยทุกคน ชี้ “ยารักษาโควิด” ยันไม่แทงม้าตัวเดียว

สธ. ยันพร้อมฉีดวัคซีนเข็ม 3 คนไทยทุกคน แนะประชาชนฉีดเกิน 6 เดือน ควรรับเข็มกระตุ้น ส่วนกรณีฉีดวัคซีน mRNA ครึ่งโดสผลวิจัยพบได้ผลดี แต่ในไทยยังแนะนำให้ใช้เต็มโดส ขณะที่การนำเข้ายารักษาโควิด “โมลนูพิราเวียร์” ชี้ไม่แทงม้าตัวเดียว แต่การใช้งบแต่ละครั้งต้องไม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณประเทศ วันที่ 18 ตุลาคม 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สธ. เตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้แก่ประชาชนทุกคน รวมไปถึงเข็ม 3 สำหรับกระตุ้นภูมิคุ้มกัน พร้อมระบุว่า วัคซีนที่ทางภาครัฐจัดหาให้มีคุณภาพและมีเพียงพอ ประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และเมื่อครบ 6 เดือน ตามปกติจะต้องฉีดเข็มกระตุ้นทันที ในกรณีการฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับผู้ได้รับซิโนฟาร์ม 2 เข็ม เบื้องต้น สธ. ยังรอคำแนะนำจากอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค หากทราบว่าต้องฉีดกระตุ้นด้วยยี่ห้ออะไร สธ.พร้อมปฏิบัติตามทันที ส่วนคำถามที่ว่าจะสามารถบูสเตอร์โดสผู้ที่ได้รับวัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม ด้วยวัคซีนเชื้อตายเหมือนกันได้หรือไม่นั้น นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หากกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยวัคซีนเชื้อตายเหมือนกัน ข้อมูลพบว่าภูมิคุ้มกันขึ้นได้ไม่ดีนัก ควรใช้เป็นวัคซีนไวรัลเวคเตอร์หรือชนิด mRNA จะภูมิคุ้มกันขึ้นสูงกว่า สำหรับกรณีกระแสข่าวการฉีดวัคซีน mRNA ครึ่งโดสนั้น หากยึดตามอ้างอิงคำแนะนำอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งเป็นคณะกรรมการอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย ยังแนะนำให้ฉีดกระตุ้นเต็มโดส เนื่องจากการฉีดครึ่งโดส แม้ว่าข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจจะมีผลกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ยังไม่รู้ว่าภูมิคุ้มกันจะอยู่ได้นานเท่าใด และจะลดลงอย่างรวดเร็วหรือไม่ ขณะที่ประเด็นการซื้อยารักษาโควิด “โมลนูพิราเวียร์” ที่เกิดข้อท้วงติงว่าควรซื้อจากประเทศอินเดียมากกว่าสหรัฐอเมริกา เพราะมีราคาสูงกว่า นายอนุทิน ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่แทงม้าตัวเดียวแน่นอน แต่การจัดซื้อยาจะพิจารณาตามความสำคัญสถานการณ์และตั้งมั่นในความไม่ประมาท มีทางเลือกอยู่บ้าง แต่การจัดหาจะต้องขึ้นกับการศึกษาถึงประสิทธิภาพประสิทธิผลของยานั้น ๆ จะดูเรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อทางการตลาดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูผลจากการรักษาจริงที่ได้จากการทดลองทางคลินิก โดย สธ.มีหน่วยงานที่ติดตามในเรื่องนี้อยู่ “พยายามจัดซื้ออย่างจำเป็นด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณของประเทศ ที่ผ่านมายาและเวชภัณฑ์ที่จัดหาให้แก่ประชาชนก็พิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่ามีประสิทธิภาพ”…

Read More

3 ทายาท นิวเจน ‘จิราธิวัฒน์’ ความผูกพัน 7 ทศวรรษ ห้างแห่งอนาคต

  ห้างสรรพสินค้าที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานร่วม 7 ทศวรรษ อย่าง “เซ็นทรัล” ยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน ปีนี้ถือเป็นปีที่ 74 ของห้าง ล่าสุดได้จัดทำคลิปวิดีโอ ภายใต้ชื่อ “ไทม์ไลน์” ชวนคนไทยย้อนรำลึกโมเมนต์ต่าง ๆ ที่อยู่เคียงข้างกันมานาน ภาพของเซ็นทรัลถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยการบริหารและการปรับตัว ภายใต้กลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคแต่ละยุคสมัย ซึ่งเจตนารมณ์ดังกล่าว ถูกถ่ายทอดมาถึง 3 ผู้บริหารเจเนอเรชั่นใหม่ ทายาทของตระกูล “จิราธิวัฒน์” ในการสานต่อและบริหารงานให้เซ็นทรัล เป็น “ห้างสรรพสินค้า” ในใจคนไทยต่อไป เหตุการณ์ที่ประทับใจเกี่ยวกับห้างเซ็นทรัล รวิศรา จิราธิวัฒน์ หรือ เท็น ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และบริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เล่าว่า งานที่ตัวเองรับผิดชอบคือมาร์เก็ตติ้ง มีหน้าที่หลักคือ สร้างความสุขและประสบการณ์ที่ดีให้กลุ่มลูกค้าในทุกช่องทาง “แม้ช่วงวิกฤตโควิด ลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่บ้านเป็นหลัก แต่พนักงานของบริษัทยังคงทุ่มเทให้บริการเต็มที่ ซึ่งถือว่าเป็นฮีโร่ที่แท้จริงของเซ็นทรัล ซึ่งสำคัญมากในสถานการณ์แบบนี้ เช่นเดียวกันบริษัทยังคงจ้างพนักงานทุกคน ไม่ว่าวิกฤตจะร้ายแรงแค่ไหน เราก็จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ภาพจำ-โมเมนต์สำคัญ ของห้างเซ็นทรัล ณัฐธีรา บุญศรี หรือ โอ๊ด ประธานบริหารฝ่ายสเปเชียลโปรเจ็กต์ และที่ปรึกษา บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และบริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า เติบโตมาพร้อม ๆ กับห้างเซ็นทรัล ผูกพันมาตั้งแต่เด็ก เปรียบเสมือนห้างเป็นบ้านหลังที่สอง ส่วนใหญ่จะอยู่เบื้องหลังการเปิดห้างแต่ละสาขา เช่น ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ ตนได้เห็นตั้งแต่เป็นที่ดินเปล่า แล้วเริ่มขึ้นเป็นโครงสร้าง จนกระทั่งสร้างเสร็จ ทำให้เราได้เห็นทุกขั้นตอน ทีมงานทุกคนทำงานกันเต็มที่และตั้งใจกันมาก ๆ…

Read More

เซ็นทรัล รับเปิดประเทศ ผนึก ททท. อัดโปรแรงปลุกเศรษฐกิจโค้งท้าย

เซ็นทรัลพัฒนา จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ขานรับนโยบายภาครัฐ ขนทัพผู้ประกอบการทุกแขนงกว่า 1,000 ราย จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ปูพรม 7 สาขา ใน 6 จังหวัดเมืองท่องเที่ยว ขานรับมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และช้อปดีมีคืน รับเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้ วันที่ 18 ตุลาคม 2564 ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้ได้ผนึกกำลังภาคอุตสาหกรรมธุรกิจท่องเที่ยวทุกแขนง เพื่อรวบรวมบริการการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งโรงแรม รีสอร์ตหรูชั้นนำ สายการบิน รวมทั้งแพ็คเกจท่องเที่ยวครบรูปแบบ มาไว้ในที่เดียวให้ประชาชนได้เลือกสรรเพื่อพักผ่อนช่วงวันหยุดยาวปลายปีที่จะถึงนี้ ประกอบกับนโยบายของภาครัฐที่เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และปลุกกำลังซื้อประชาชนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ไม่ว่าจะเป็นโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 และช้อปดีมีคืน รวมไปถึงการเตรียมเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 1 พ.ย. นี้ “เรามั่นใจอย่างยิ่งว่าการจัดงานครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ หนุนภาคท่องเที่ยวทั้งระบบทั่วประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบข้ามภูมิภาค (Cross-region) เพื่อกระจายรายได้ทั่วประเทศ ซึ่งงานล่าสุดที่เพิ่งจบไปที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม จากการจัดงานเพียง 3 วัน เท่านั้น และด้วยจุดแข็งของเซ็นทรัลพัฒนาที่มีศูนย์การค้าทั่วประเทศนี้ เราเชื่อมั่นว่า เราเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อน Tourism Ecosystem ที่สำคัญของประเทศ และสอดรับกับมาตรการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาครัฐ” สำหรับไฮไลต์ในแต่ละศูนย์การค้าเซ็นทรัล ประกอบไปด้วย เซ็นทรัลเวิลด์ จัด 2 งาน ได้แก่ วันที่19-25 ต.ค. 64 งาน…

Read More

เช็กยอดวันแรก ATK 40 บาท ร้านขายยา อภ. สาขาใดยอดขายมากสุด

Photo : องค์การเภสัชกรรม ประชาชนแห่ซื้อ ATK 40 บาท เกลี้ยง 2 ร้านขายยาองค์การเภสัชฯ เผยเปิดขายถึง 20 ต.ค.นี้ ฟากองค์กร/หน่วยงาน สั่งซื้อผ่านกองงานขายภาคเอกชนได้ ไม่มีกำหนด วันที่ 18 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดจำหน่ายชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตนเอง หรือ ATK (Antigen Test Kit) ใน “โครงการ ATK คุณภาพ เพื่อสังคมไทย” ให้แก่ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่วันที่ 18-20 ตุลาคม 2564 ผ่านร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรมทั้ง 8 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ดังนี้ สาขายศเส สาขาจรัญสนิทวงศ์ สาขาเทเวศร์ สาขารังสิต สาขากระทรวงสาธารณสุข ตึกกรมการแพทย์ สาขาเวชศาสตร์เขตร้อน สาขาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจการตอบรับของประชาชนที่ให้ความสนใจการซื้อ ATK วันแรก (18 ต.ค.) ผ่านร้านขายยาแต่ละสาขา โดยมีข้อมูล 2 สาขา จากทั้ง 8 สาขา พบว่า สาขาราชเทวี (สำนักงานใหญ่) ตรงข้ามโรงพยาบาลรามาธิบดี วันนี้ (18 ต.ค.) จำหน่าย ATK ให้กับประชาชนไปทั้งสิ้น 1,000 ชุด (หมดแล้ว) โดยเปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 08.00 น. และหมดในเวลาประมาณ 10.00 น. อีกแห่ง คือ สาขาเทเวศร์…

Read More

TRA Poll ชี้ค้าปลีก-ค้าส่ง เห็นด้วยเปิดประเทศ 1 พ.ย. นี้

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เผยผลสำรวจ TRA Poll ระบุกลุ่มผู้บริหารค้าปลีกฯ เห็นด้วยเปิดประเทศ 1 พ.ย. นี้ แนะรัฐเร่งฉีดวัคซีนโควิด-ATK ราคาเข้าถึงง่าย เข้มมาตรการสาธารณสุข ควบคู่สปีดมาตรการเศรษฐกิจ คืนชีพ “ช้อปดีมีคืน” ปรับวงเงินเพิ่มเป็น 2 แสน กระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ ตลอดจนคลอดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วย SME เสริมสภาพคล่องต่อเนื่อง วันที่ 18 ตุลาคม 2564 นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยผลสำรวจ TRA Poll ของผู้บริหารกลุ่มค้าปลีก ค้าส่ง และบริการ จำนวน 283 ราย ในหัวข้อ “ภาคการค้าปลีกและบริการพร้อมเปิดประเทศ ภายใต้เงื่อนไขมิติเศรษฐกิจและสาธารณสุข” โดยระบุว่า ผู้บริหารกว่า 62.1% เห็นด้วยกับการเปิดประเทศ 1 พ.ย. นี้ โดยนโยบายดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่รัฐบาลยังคงต้องเข้มมาตรการทางสาธาณสุข ควบคู่เตรียมพร้อมคุมการระบาดโควิดอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเร่งการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 70% ของประชากรทั้งประเทศภายในปี 2564 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ รวมทั้งต้องจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพ และมีจำนวนที่เพียงพอจนถึงปี 2565 และการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงชุดตรวจ ATK ที่สะดวกและราคารับได้ ขณะที่การเตรียมพร้อมทางด้านเศรษฐกิจกล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรเพิ่มกำลังซื้อผู้บริโภคอย่างตรงเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อกระจายรายได้ พร้อมลดค่าครองชีพในทุกมิติ อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต และเอื้อผู้ประกอบการรายย่อยในการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อีกด้านหนึ่งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศให้ฟื้นตัวกลับมาเร็ว ภาครัฐบาลยังต้องส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน ปรับโครงสร้างเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ ๆ และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพประชากรผ่านการลงทุนด้านการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม นายญนน์ กล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากการผ่อนคลายมาตรการทางสาธารณสุขแล้ว สมาคมผู้ค้าปลีกไทยยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงโดยการนำโครงการ “ช้อปดีมีคืน” กลับมาอีกครั้งหนึ่ง และเพิ่มวงเงินเป็น 200,000 บาท เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นให้กลับมาโดยเร็ว สำหรับผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SME ให้จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง…

Read More

TVD ส่ง “Xpresso” ลุยธุรกิจขนส่งพัสดุ 4 แสนล้าน

เอบีพีโอ ในเครือ ทีวี ไดเร็ค แตกไลน์ลุยธุรกิจขนส่งพัสดุ 4 แสนล้านบาท ส่งแบรนด์ ‘Xpresso’ บริการรับ-ส่งพัสดุถึงหน้าบ้าน ผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น ชูจุดเด่นฟีเจอร์แจ้งบริษัทเข้ารับสินค้าล่วงหน้า ราคาเริ่มต้นที่ 25บาท เฟสแรกเจาะ กทม.-ปริมณฑล ตั้งเป้าขึ้นแท่น Top 10 โลจิสติกส์ไทย คาดปี’65 โกยรายได้ 600 ล้านบาท วันที่ 18 ตุลาคม 2564 นายธีระพงษ์ ลิมป์ประเสริฐ หัวหน้าสายงาน Fulfillment และบริหารค้าปลีก บริษัท เอบีพีโอ จำกัด ในเครือ บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ยักษ์ใหญ่ทีวีโฮมช้อปปิ้ง เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เดินหน้ารุกธุรกิจให้บริการรับส่งทั่วประเทศภายใต้ชื่อ ‘Xpresso’ และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมนี้ ธีระพงษ์ ลิมป์ประเสริฐ โดยให้บริการผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น Xpresso แก่ผู้ค้าออนไลน์ เอสเอ็มอี และลูกค้าทั่วไป ในรูปแบบ Next Day หรือบริการจัดส่งถึงมือลูกค้าในวันถัดไป ในราคาเริ่มต้น 25-35 บาท ชูจุดเด่นเข้ารับพัสดุถึงหน้าบ้าน (Door to Door) และจัดส่งถึงปลายทาง ควบคู่ดึงอำนวยความสะดวก โดยผู้ส่งสินค้าสามารถแจ้งล่วงหน้าให้เข้ารับของ 5 ช่วงเวลา (นัดหมายล่วงหน้า 3 ชั่วโมง) โดยที่เข้ารับพัสดุช่วงเวลาสุดท้าย 20.00-22.00 น. นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ APP Shop สำหรับร้านค้าออนไลน์หรือผู้ประกอบการ และระบบติดตามพัสดุที่จะแสดงสถานะของพัสดุพร้อมกับตำแหน่งปัจจุบัน ทั้งนี้ ในช่วงแรกบริษัทเปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล และเตรียมขยายการให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศด้วยการเปิด AT SHOP Application ในรูปแบบร้านค้า…

Read More

CMO สปีดธุรกิจอีเวนต์ทุกรูปแบบ ดันรายได้ปี’65 แตะ 1,400 ล้าน

“ซีเอ็มโอ” กางแผนยุทธศาสตร์ ต่อยอดนวัตกรรม-เทคโนโลยี ในงานอีเวนต์ออฟไลน์ ออนไลน์ ขานรับนโยบายเปิดประเทศ หวังตอกย้ำความเป็นผู้นำ Creative Event พร้อมเพิ่มทุนหาโอกาสใหม่ มั่นใจรายได้ปี 65 กลับมาแตะ 1,400 ล้านบาท วันที่ 18 ตุลาคม 2564 นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมแผนยุทธศาสตร์ ครอบคลุมด้านการเงิน การตลาด เพื่อเร่งดำเนินกิจการ ขานรับนโยบายการเปิดประเทศ สำหรับแผนยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย การรักษาความเป็นผู้นำ Creative Event ในงานอีเวนต์ทั้งรูปแบบอีเวนต์ปกติ และออนไลน์อีเวนต์ ตามด้วย สร้างงานเปิดเมืองเปิดเศรษฐกิจ บุกงานเทศกาลวัฒนธรรม ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกับการเปิดเมืองของประเทศไทย โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ และโมเดลความร่วมมือหลากหลายกับจังหวัดต่าง ๆ เสริมคุณ คุณาวงศ์ รวมไปถึงผลักดันยุทธศาสตร์อาเซียน เพิ่มบทบาท CMO ในตลาดอาเซียนทั้งในธุรกิจอีเวนต์ ธุรกิจ Entertainment และงานแฟร์ต่าง ๆ และ Event-Tech Innovation ดำเนินงานเชิงรุกด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี ผสมผสานไอเดียสร้างสรรค์เจาะกลุ่มลูกค้าภาครัฐและเอกชน ซึ่งคาดว่าจะกลับมาใช้งบประมาณในการทำกิจกรรมมากขึ้นหลังนโยบายเปิดประเทศ ด้วยการแสวงหาพันธมิตรหรือสร้างกิจการในเครือที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีความพร้อมที่จะลุยธุรกิจต่อทันที หลังเปิดประเทศ โดยแผนงานครั้งนี้จะเป็นการเติบโตของ CMO ที่จะมาช่วยฟื้นฟูกิจการสร้างรายได้และทำกำไร ทั้งนี้เพื่อให้แผนงานบรรลุเป้าหมาย บริษัทมีการเพิ่มทุน ตั้งเป้าหมายได้รับเงินจากการขายหุ้นเพิ่มทุนประมาณ 638 ล้านบาท เพื่อมาใช้ในกิจการ และลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ โดยบริษัทจะนำเรื่องการเพิ่มทุนดังกล่าว เสนอ ขออนุมัติต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 15 พ.ย. 64 ในส่วนทิศทางไตรมาส 4 มีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลาย…

Read More

อภ. ยัน ขายโมเดอร์นาให้ รพ.เอกชน 100 ไมโครกรัมต่อโดส ตามหลักสากล

ภาพจาก ข่าวสด องค์การเภสัชกรรม แจ้ง จำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นาให้แก่สมาคมโรงพยาบาลเอกชน มีขนาดความแรง 100 ไมโครกรัมต่อโดส หลังราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดจอง 50 ไมโครกรัม (ครึ่งโดส) เป็นเข็มกระตุ้น  วันที่ 17 ตุลาคม 2564 องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เรื่อง อภ. จำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นาให้แก่สมาคมโรงพยาบาลเอกชน มีขนาดความแรง 100 ไมโครกรัมต่อโดส ความว่า ตามที่มีข่าวเผยแพร่ของหน่วยงานแห่งหนึ่งในการเปิดจองวัคซีนโมเดอร์นา ราคา 555 บาท ในขนาดความแรง 50 ไมโครกรัมต่อโดส นั้น องค์การเภสัชกรรมขอแจ้งว่า องค์การเภสัชกรรมจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นาให้แก่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนในขนาดความแรง 100 ไมโครกรัมต่อโดส ทั้งนี้ ข้อแนะนำการรับวัคซีนโมเดอร์นา จะเป็นไปตามหลักสากลและอยู่ภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับข้อมูลที่ได้จากบริษัทซิลลิค ฟาร์มา จำกัด และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดจองโมเดอร์นาครึ่งโดส ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วานนี้ (16 ต.ค.) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศเปิดให้องค์กรนิติบุคคลและโรงพยาบาลจองฉีดวัคซีนทางเลือก “โมเดอร์นา” ปริมาณ 50 ไมโครกรัม (ครึ่งโดส) เป็นเข็มกระตุ้น อัตราเข็มละ 555 บาท ในวันที่ 29 ตุลาคม และจะเริ่มฉีดในวันที่ 25 มกราคม 2565 ต่อมา ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แสดงความเห็นว่า Moderna เข็มกระตุ้นที่ใช้โดสต่ำลง คือ จาก 100 mcg เป็น 50 mcg มีข้อมูลยืนยันออกมาจาก Moderna ว่าสามารถทำได้…

Read More