สธ. เผยเริ่มฉีดไฟเซอร์แล้ววันนี้ หลังส่งวัคซีนให้ครบ 10 จังหวัด

สธ. ส่งไฟเซอร์ให้ รพ. 10 จังหวัด แย้มบางแห่งเริ่มฉีดแล้ววันนี้ ตั้งเป้า ส.ค. ฉีดให้ครบจำนวน วันที่ 5 สิงหาคม 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้วัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ที่ได้รับบริจาคจากประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 1.5 ล้านโดส ได้เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผน ทั้งการเตรียมพร้อมบุคลากรที่จะทำหน้าที่ให้บริการฉีด ในแง่เทคนิคและวิธีการฉีดวัคซีน ให้เป็นไปตามมาตรฐานของวัคซีนไฟเซอร์ รวมไปถึงการทำระบบการติดตามเฝ้าระวังอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น โดยได้มอบหมายให้สถาบันบำราศนราดูรจัดอบรมออนไลน์ให้แก่ทีมบุคลากรของสถานพยาบาลกว่า 600 คนทั่วประเทศ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (4 ส.ค.) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะต้องดำเนินการ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ โดยวัคซีนไฟเซอร์ลอตแรกนี้ จะเร่งรัดฉีดให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้เป็นไปตามที่สถานพยาบาล หรือสถานบริการพิจารณา เพื่อลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญ คือ การบริหารการจัดส่งวัคซีน เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์จะเก็บรักษาอยู่ในความเย็นอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส มีอายุได้เพียง 1 เดือน ดังนั้น จึงแบ่งการจัดส่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงที่ 1 คือวันที่ 4-7 สิงหาคม ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด โดยในวันที่ 4-5 สิงหาคมนี้ ดำเนินการส่งไปถึงปลายทางแล้ว 10 จังหวัด ได้แก่ กทม., จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, สมุทรปราการ, นครนายก, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี รวมสถานพยาบาล 69 แห่ง…

Read More

ยูนิลีเวอร์ ยกทัพรางวัล-ส่วนลด ดึงนักช้อปในแคมเปญ Shopee 8.8

“ยูนิลีเวอร์” พลิกกลยุทธ์ ลุยอีคอมเมิร์ซเต็มสูบพร้อมพาเหรดรางวัล-โค้ดส่วนลดกว่า 2,000 รางวัล ดึงนักช้อปออนไลน์ผ่านแคมเปญ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale วันที่ 5 สิงหาคม 2564 นาย อภิชาติ ศาลิคุปต รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาลูกค้า บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ผู้บริโภคจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบการจับจ่ายใช้สอย จากเดิมที่ต้องออกไปจ่ายตลาด หรือเลือกซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้า แต่ในปัจจุบันผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็น ผ่านช่องทางออนไลน์ ช่วยลดโอกาสในการสัมผัสกับคนหมู่มาก จากปัจจัยดังกล่าว ยูนิลีเวอร์จึงเดินหน้าเสริมแกร่ง ในทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งนอกจากจุดแข็งในเรื่องนวัตกรรมสินค้าและการให้บริการรวมไปถึง การสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ร่วมกับผู้บริโภคก็สำคัญ เพราะยูนิลีเวอร์เชื่อว่าการจับจ่ายไม่ได้หยุดแค่เพียงการซื้อมาขายไปเท่านั้น แต่แบรนด์ต้องยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคเพื่อการปฏิสัมพันธ์ในเชิงลึกตลอดจนความสัมพันธ์อันดีในระยะยาว ยูนิลีเวอร์จึงได้ใช้เทคนิค Gamification ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งในแง่ของการสร้างการรับรู้ ตามด้วยการเยี่ยมชมร้านค้า การมีปฏิสัมพันธ์ และฐานผู้บริโภคที่ติดตาม รวมไปถึงการสั่งซื้อสินค้า เช่นเดียวกับการที่ ยูนิลีเวอร์ ได้ร่วมมือกับ ช้อปปี้ ในการเทคโอเวอร์เกมบนแอปพลิเคชั่น ที่ไม่เพียงแต่สร้างความสนุก ความบันเทิงให้กับผู้เล่น ยังแฝงไปด้วยการลุ้นรับรางวัล อาทิ ไอเท็มสินค้าที่เป็นที่นิยม Shopee Coins รวมไปถึงโค้ดส่วนลดเพื่อนำไปซื้อสินค้า โดยปัจจุบันยูนิลีเวอร์ถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีผู้ใช้งานช้อปปี้เข้ามาร่วมเล่นเกมด้วยมากที่สุด ซึ่งมีรางวัลและโค้ดส่วนลดมามอบให้กับผู้ใช้งานช้อปปี้แล้วรวมกว่า 30,000 รางวัล ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม ผู้บริโภคได้เตรียมเลือกซื้อสินค้า กับแคมเปญ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale ที่ยูนิลีเวอร์ได้เตรียมไฮไลต์หลากหลาย ได้แก่ กองทัพเกมบน Shopee Games ที่ยูนิลีเวอร์ได้เตรียมของรางวัล โค้ดส่วนลด 20% และของรางวัลจากแบรนด์ดังภายในเครือ รวม 2,000 รางวัล มูลค่ากว่า 1…

Read More

“อธิพล ตีระสงกรานต์” นำ “ฟู้ดแลนด์” ก้าวข้ามพิษไวรัส

สัมภาษณ์   เกือบ 50 ปีของ “ฟู้ดแลนด์” บนเส้นทางสายค้าปลีกหรือซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติไทยที่ลูกค้าคุ้นเคย มาวันนี้ฟู้ดแลนด์ถูกส่งไม้ไปยังทายาทรุ่น 2 กับภารกิจปั้นอาณาจักรค้าปลีกแบรนด์ไทย ที่ถูกดิสรัปต์รอบด้านทั้งจากพฤติกรรมลูกค้า ความนิยมที่เปลี่ยนไป และการระบาดของโควิดที่กระทบลากยาวตั้งแต่ปีที่ผ่านมา “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “อธิพล ตีระสงกรานต์” ทายาทรุ่น 2 ผู้รับไม้ต่อจากผู้บุกเบิกอย่าง “สมศักดิ์ ตีระพัฒนกุล” ผู้เป็นพ่อ ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด ถึงการปรับตัวฝ่าโควิดตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และแผนการบริหารจัดการรับมือวิกฤตนับจากนี้ไป ค่าใช้จ่ายสวนทางรายได้ “อธิพล” เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการฉายภาพถึงสถานการณ์ปัจจุบันในช่วงภาครัฐประกาศขยายล็อกดาวน์ และกำลังซื้อชะลอตัวว่า การระบาดของโควิด-19 ที่ลากยาวตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงยากลำบากของหลายธุรกิจ สำหรับฟู้ดแลนด์ฯก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะร้านถูกและดี บริการอาหารตามสั่ง- ที่ขายอาหารปรุงสดก็ต้องปิดชั่วคราวจากมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ต้องรัดเข็มขัดและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อพยุงธุรกิจให้เดินไปข้างหน้า ขณะเดียวกันก็ต้องหันมาโฟกัสในส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตที่ยังสามารถเปิดได้มากขึ้น แม้การล็อกดาวน์จะกระทบต่อธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตไม่หนักมาก เมื่อเทียบกับธุรกิจร้านอาหาร ผับบาร์ ฯลฯ แม้เจ้าของพื้นที่จะลดค่าเช่าให้ แต่มีภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ยังคงเดิม ทั้งค่าจ้างพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ และเป็นค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง สวนทางกับรายรับที่เข้ามามาก อีกด้านหนึ่งในช่วงล็อกดาวน์ก็ทำให้เรามีเวลากลับมาดูธุรกิจว่าสามารถปรับอะไรได้บ้าง แต่จากการระบาดที่ลากยาวตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนวันนี้ ยอมรับว่าตอนนี้ทำได้เพียงการรัดเข็มขัด เพื่อให้สภาพคล่องการทำงานสามารถดำเนินต่อไปได้ และบริหารจัดการเรื่องคนให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องการเยียวยาช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยส่วนตัวไม่ได้หวังว่าภาครัฐจะต้องเข้ามาช่วยซัพพอร์ตบริษัทหรือผู้ประกอบการขนาดใหญ่ แต่มองว่ารัฐบาลควรจะเข้ามาเยียวยาพนักงาน ลูกจ้าง หรือร้านค้ารายเล็กให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการลดหย่อนภาษี, การผ่อนปรนหนี้สินต่าง ๆ ที่ต้องทำให้ทั่วถึงไปยังกลุ่มคนรายเล็ก ๆ เพราะทุกคนยังต้องแบกรับหนี้สิน ค่าใช้จ่ายอยู่เหมือนเดิม กำลังซื้อชะลอตัวปัญหาใหญ่ ทายาท “ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต” ระบุต่อไปว่า ตอนนี้แม้วิกฤตต่าง ๆ จะถาโถมเข้ามามากและหนักมาก แต่ก็ต้องมองบวก เพื่อให้สามารถฝ่าช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ บางอย่างเราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ทุกฝ่ายก็ต้องช่วยกัน ภาวะแบบนี้ไม่ขาดทุนก็ดีแล้ว จากกำลังซื้อซบเซา…

Read More

นอติลุส ส่งแบรนด์ “เอ็กซ์เทน” รับตลาดซีเรียลพร้อมทานโตแรง

นอติลุส เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “เอ็กซ์เทน” ลุยตลาดซีเรียลอาหารเช้าพร้อมทาน เร่งปูพรมซูเปอร์มาร์เก็ต เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ วันที่ 5 สิงหาคม 2564 นางสาวสุดาทิพ เกียรติศรีชาติ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พัทยาฟู้ด กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายอาหารทะเล ภายใต้แบรนด์ นอติลุสมงกุฎทะเล และ ซีคราวน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสสุขภาพมีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง จากมูลค่าตลาดกว่า 1 แสนล้าน รวมไปถึงตลาดซีเรียลอาหารเช้า ที่มีมูลค่า 2,700 พันล้าน เติบโต 4 % ต่อปี เนื่องจากผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากโอกาสการเติบโตดังกล่าว บริษัทจึงเปิดตัวแบรนด์ใหม่ เอ็กซ์เทน เฮลท์วีเนียน (XTEN Healthvenient) ในรูปแบบ อาหารพร้อมทาน (Ready to Eat) เจาะกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่เด็กวัยเรียน วัยทำงาน และผู้สูงวัยที่ต้องการอาหารสุขภาพที่สะดวกพร้อมทาน โดยกลุ่มสินค้าแรกที่ลอนซ์ในตลาด มี 4 สูตร 4 อาทิ โอ๊ตมีลผสมมัลติเกรน เรดแซลมอน, โอ๊ตมีลผสมมัลติเกรน เห็ดรวมและผักโขม, โอ๊ตมีล ดาร์กช็อกพร้อมอัลมอนด์ และโอ๊ตมีล มิกซ์เบอร์รี่ โดยผลิตภัณฑ์มัลติเกรนโอ๊ตมีล วางขายผ่านช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ต สำหรับสินค้าใหม่ พัฒนาจากคอนเซ็ปต์ซูเปอร์ฟู้ด ซึ่งเป็นเทรนด์อาหารสุขภาพที่แพร่หลายไปทั่วโลก ซึ่งปัจุบันสัดส่วนยอดขายที่มาจาก XTEN แบ่งเป็นในช่องทางออฟไลน์ 60% และออนไลน์ 40% นางสาวสุดาทิพกล่าวต่อไปว่า กลยุทธ์การพัฒนาสินค้าในกลุ่มบริษัทจากนี้ จะเน้นสร้างนวัตกรรมอาหารสุขภาพใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ในวันที่ทุกคนต้องการให้ร่างกายแข็งแรง เพื่อต่อสู้กับโรคภัยต่าง ๆ รอบตัว อย่างไรก็ตาม ในกลุ่ม PFG…

Read More

แอสตร้าเซนเนก้า เผย วัคซีน 1 เข็ม ลดป่วยหนัก สายพันธุ์เบต้า-เดลต้า

Vaxzevria วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า 1 โดส มีประสิทธิภาพสูงในการลดการเจ็บป่วยจากสายพันธุ์เบต้า-เดลต้า วันที่ 5 สิงหาคม 2564 รายงานจากแอสตร้าเซนเนก้า ระบุว่า ผลการศึกษาจากเครือข่ายการวิจัยการสร้างภูมิคุ้มกันโรคของแคนาดา (Canadian Immunization Research Network – CIRN) ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานสาธารณสุขของแคนาดาและสถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติ แคนาดา ซึ่งเผยแพร่ในวารสารฉบับก่อนตีพิมพ์ แสดงให้เห็นว่า Vaxzevria หรือวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าหนึ่งโดส มีประสิทธิผลสูงถึง 82% ช่วยลดการเจ็บป่วยในระดับที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิตที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 หรือโควิด-19 สายพันธุ์เบต้า/แกมมา นอกจากนี้ ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์เดลต้า (B.1.617.2 หรือสายพันธุ์อินเดีย) และสายพันธุ์อัลฟ่า (B.1.1.7 หรือสายพันธุ์เคนท์) โดยช่วยลดอาการป่วยรุนแรงที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรืออัตราการเสียชีวิตได้ถึง 87% และ 90% ตามลำดับ ทั้งนี้ ผลการทดสอบประสิทธิผลของวัคซีน Vaxzevria หลังการฉีดเข็มแรกเพื่อป้องกันการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิตนั้น มีระดับตัวเลขที่ไม่แตกต่างกับวัคซีนอื่น ๆ ที่นำมาทดสอบในการวิจัยครั้งนี้ โดยระยะเวลาในการติดตามผลยังไม่เพียงพอที่จะรายงานประสิทธิภาพของ Vaxzevria หลังการฉีดเข็มที่สอง แต่มีงานวิจัยอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นหลังการฉีดวัคซีนเข็มที่สองตามคำแนะนำในการเว้นระยะเวลาระหว่างการฉีดวัคซีนเข็มแรกและเข็มที่สอง ผลการศึกษาระบุว่าวัคซีน Vaxzevria มีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการป่วยที่ไม่รุนแรง โดยเป็นการรายงานผลทดสอบหลังจากการฉีดวัคซีนเข็มแรกเท่านั้น ไม่ได้เป็นข้อมูลหลังการฉีดวัคซีนเข็มที่สองเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามการเว้นระยะฉีดตามที่กำหนด โดยเป็นที่ทราบดีว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจะเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับเข็มที่สอง 2 แล้ว ประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันอาการป่วยที่ไม่รุนแรงนั้นต่ำกว่า เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพในการป้องกันโรครุนแรง โดยประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการ ไม่ว่าในระดับใดจากโรคโควิด-19 สายพันธุ์เบต้า/แกมมาอยู่ที่ประมาณ 50% และ 70% และ 72% สำหรับสายพันธุ์เดลต้าและอัลฟ่า ตามลำดับ การทดลองในเฟสที่ 1 และ 2 ที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและมหาวิทยาลัยวิทวอเตอร์สแรนด์ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่จำกัดในการป้องกันอาการที่ไม่รุนแรงในขั้นต้นที่เกิดจากไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เบต้า โดยการทดลองยังไม่สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันอาการที่รุนแรงได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งการลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิต เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว มีสุขภาพดี และมีอาการของโรคไม่รุนแรงเท่านั้น เซอร์ เมเน แพนกาลอส รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้านยาชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals) กล่าวว่า ในขณะที่ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ต่าง ๆ กำลังคุกคามและขัดขวางหนทางในการรอดพ้นจากโรคระบาดนี้ หลักฐานจากการใช้จริงของเราได้แสดงให้เห็นว่า Vaxzevria และวัคซีนอื่น ๆ ที่ใช้อยู่ในแคนาดา มีศักยภาพในการป้องกันโรคโควิด-19ที่แสดงอาการรุนแรงในระดับสูงหลังจากการฉีดเพียงเข็มแรก ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างเกราะปกป้องให้กับผู้คนที่อยู่ทั่วทุกมุมโลกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อนำไปสู่การยับยั้งไวรัสที่ร้ายแรงนี้ ผลการวิเคราะห์จากการศึกษาครั้งนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า SARS-CoV-2 รวมทั้งหมด 69,533 คน ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2020 ถึงพฤษภาคม 2021 ในรัฐออนแทรีโอ…

Read More

รพ.รามาธิบดี เปิดจองฉีดวัคซีน “แอสตร้าเซนเนก้า” วันนี้ (5 ส.ค.)

REUTERS/Henry Nicholls/File Photo โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดรับจองคิวฉีดวัคซีนโควิด-19 “แอสตร้าเซนเนก้า” ผู้สูงอายุ-กลุ่ม 7 โรคเสี่ยง-หญิงตั้งครรภ์ เริ่มวันนี้ (5 ส.ค.) วันที่ 5 สิงหาคม 2564 คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital ประกาศเชิญชวนประชาชน 3 กลุ่มเป้าหมาย เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 1 ยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า โดยเปิดให้เริ่มจองได้ตั้งแต่วันนี้ (5 ส.ค.) เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะครบจำนวนของวัคซีน ดังนี้ กลุ่มเป้าหมายเปิดจองคิวฉีดวัคซีนโควิด-19 ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรังระยะ 5 ขึ้นไป โรคอ้วน โรคมะเร็งทุกชนิด หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ช่องทางจองฉีดวัคซีนโควิด-19 แจ้งจองฉีดวัคซีนได้ทาง RAMACOVID CallVaccine โทร.02-078-9078 วันที่นัดฉีดวัคซีนโควิด-19 วันที่ 9-13 สิงหาคม 2564 วันที่ 16 สิงหาคม 2564 เริ่มให้บริการฉีดวัคซีนตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 สถานที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 Sky Hall ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็นเพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat Source link

Read More

หมอบุญ ไม่ถอย แจ้งตลท.เปิดเอกสารร่วมองค์กรรัฐนำเข้าวัคซีน mRNA

“ธนบุรีเฮลท์แคร์” ส่งหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเติม ด่วนช่วงค่ำวันที่4 สิงหาคม พร้อมเปิดเอกสารลงนามหน่วยงานรัฐ ร่วมนำเข้าวัคซีน mRNA เผยยังไม่ถอดใจ นำเข้าวัคซีน 20 ล้านโดส วันที่ 4 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งให้บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG) และนายบุญ วนาสิน ประธานกรรมการ ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับกระทรวงกลาโหมเพื่อนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ รวมถึงการเสียเงินมัดจำจำนวน 500-600 ล้านบาท จากการผิดเงื่อนไขของสัญญา ทั้งนี้ ในช่วงค่ำวันที่ 4 สิงหาคม 2564 ดร. สุวดี พันธุ์พานิช เลขานุการ บริษัท ธนบุรีเฮลท์ แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือTHG ได้ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง ชี้แจงการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 เทคโนโลยี mRNA (เพิ่มเติม) แก้ไข โดยระบุว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) มีหนังสือลงวันที่ 4 สิงหาคม 2564 โดยใช้อำนาจมาตรา 58 (1) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ให้ผู้บริหาร บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ชี้แจงข้อมูลและนำส่งเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และเปิดเผยคำชี้แจงดังกล่าวผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ในหนังสือ บริษัทฯขอชี้แจงว่า บริษัทฯ ได้รับหนังสือจาก สำนักงาน…

Read More

ฮอสพิเทล 1.5 หมื่นเตียงไม่พอ รพ.จับมือโรงแรมแห่เปิดเพิ่ม

รพ.เอกชนผนึกโรงแรม เร่งเปิดฮอสพิเทล หลังผู้ป่วยโควิดรายใหม่ยอดพุ่งเฉียด 1.8-2 หมื่นคน/วัน เครือธนบุรี-ปรินซ์ฯ-เอกชัย ทาบโรงแรมดังทยอยเพิ่มเตียง เปิดยอดล่าสุด เฉียด ๆ 1.5 หมื่นเตียงไม่พอรองรับคนไข้ ขณะที่บริษัทประกันยอมรับหาเตียงยาก-ไม่การันตีติดโควิดได้เตียงทันที จากยอดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดมีตัวเลขสูงถึงกว่าวันละ 18,000 ราย ส่งผลให้จำนวนเตียงในโรงพยาบาลไม่สามารถรองรับได้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องเร่งเปิดโรงพยาบาลสนามทั้งในกรุงเทพฯและหัวมืองในต่างจังหวัด รวมทั้งการขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลเอกชนและผู้ประกอบการโรงแรมในการเปิดหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ หรือ hospitel เพื่อรองรับกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวไม่มีอาการ เร่งเปิดฮอสพิเทลแก้เตียงขาด แหล่งข่าวระดับสูงจากโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์เตียงสำหรับรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ที่เริ่มตึงตัวจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้พยายามจะเพิ่มเตียง ด้วยการสร้างโรงพยาบาลสนาม รวมทั้งขอความร่วมมือโรงพยาบาลเอกชนและกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมได้ร่วมกันเปิดฮอสพิเทล (hospitel) หรือหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ เพิ่มเป็นระยะ ๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังทยอยเพิ่มจำนวนเตียงในส่วนนี้เป็นระยะ ๆ ล่าสุด เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จากตัวเลขผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ศบค.ได้ขอความร่วมมือมายังโรงพยาบาลเอกชนและโรงแรมในการเพิ่มจำนวนฮอสพิเทลอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการพูดคุยพบว่ามีโรงแรมหลาย ๆ ทั้งในกรุงเทพฯปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัด ที่สนใจและอยู่ระหว่างทยอยดำเนินการ “นอกจากนี้ ศบค.ยังมีขอให้ฮอสพิเทลที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว และรายที่จะเปิดใหม่ ปรับสัดส่วนด้วยการเพิ่มจำนวนเตียง เพื่อรองรับกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองให้มีสัดส่วนประมาณ 20% จากเดิมที่ฮอสพิเทลจะเน้นการดูแลกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว ซึ่งขณะนี้ฮอสพิเทลหลาย ๆ แห่งได้เริ่มทยอยปรับเปลี่ยนตามแนวทางของ สธ. เช่น การเพิ่มถังออกซิเจนเข้าไปตามห้อง” รพ.เอกชนแห่เปิดเพิ่ม นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรีเฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงพยาบาลในเครือธนบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้เครือโรงพยาบาลธนบุรีได้เร่งจับมือกับโรงแรมหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ เพื่อขยายเตียงผ่านหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (hospitel) รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวไม่มีอาการ และผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองอ่อน มีอาการเล็กน้อย ช่วยลดความแออัดภายในโรงพยาบาลและช่วยให้มีเตียงสำรองสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและลดโอกาสที่อัตราผู้เสียชีวิต โดยมีแผนจับมือกับโรงแรม เปิดฮอสพิเทลอีกประมาณ 3 แห่ง อาทิ โรงแรมปรินซ์พาเลซ…

Read More

ด่วน! ศบค.ยังไม่ยอมให้ร้านอาหารในห้างซื้อกลับบ้าน ดีลิเวอรี่เท่านั้น

ที่ประชุม ศปก.ศบค.-กทม.-สมาคมภัตตาคาร เห็นชอบร่วมกันให้ร้านอาหารในห้างฯเฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ตสามารถซื้อกลับบ้านได้ ส่วนร้านอาหาร stand alone ในห้าง ดีลิเวอรี่ได้เท่านั้น วันที่ 4 สิงหาคม 2564 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า การประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 (ศปก.ศบค.) ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศปก.ศบค. เป็นประธาน หารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาคมภัตตาคาร เพื่อหาข้อสรุปกรณีการเปิดร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าในรูปแบบดีลิเวอรี่ สามารถซื้อกลับบ้าน (take away) ได้หรือไม่ ว่า ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า สามารถซื้อกลับบ้านได้เฉพาะร้านค้าที่อยู่ “ภายใน” หรือ “พื้นที่” หรือ “บริเวณ” ซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น โดยหลังจากนี้ ฝ่ายกฎหมายของ ศบค.จะกลับไปทำคำนิยามให้ชัด เช่น คำว่า “Food delivery” รวมถึงคำว่า “take away” หรือไม่ และกำหนดคำนิยามของคำว่า “ซูเปอร์มาร์เก็ต” ให้ชัดว่า หมายถึง “ภายในซูเปอร์มาร์เก็ต” หรือ “พื้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต” หรือ “บริเวณซูเปอร์มาร์เก็ต” ว่า กินความหมายถึง “ซูเปอร์มาร์เก็ต” ได้แค่ไหนที่จะให้สามารถซื้อกลับบ้านได้ อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารตั้งเป็น stand alone ภายในห้าง ที่ประชุมสรุปว่าให้จำหน่ายในรูปแบบดีลิเวอรี่ได้เท่านั้น ไม่สามารถซื้อกลับบ้านได้ ทั้งนี้ เมื่อ ศบค.แก้ไขคำนิยามชัดแล้วจะประสานกับกทม.เพื่อออกเป็นคำสั่งกทม.ต่อไป “ที่ประชุมกังวลว่า หากเปิดให้ร้านอาหารในห้างสามารถซื้อกลับบ้านได้ทั้งหมดจะทำให้ประชาชนเข้าไปแออัดในห้างซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดในจำนวนมาก ๆ และขัดต่อข้อกำหนดที่มีเจตนาไม่ต้องการให้ประชาชนเคลื่อนย้ายออกจากบ้าน” แหล่งข่าวระบุ ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีข้อร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการให้ผ่อนปรนมาตรการการเปิดร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าที่ให้ขายแบบเดลิเวอรี่เพียงอย่างเดียวตามที่ประกาศในข้อกำหนด และไม่อนุญาตให้ซื้อกลับบ้าน ว่า การซื้ออาหารที่ห้างสรรพสินค้าทำได้ 3 ลักษณะ ดังนี้…

Read More

ไวตาบูสท์ รุกหนักวิตามินเจาะกลุ่มผู้ชาย

ตลาดอาหารเสริม-วิตามิน 8 หมื่นล้านระอุ “ไวตาบูสท์” เดินหน้าส่งวิตามินเฉพาะบุคคลเจาะกลุ่มผู้บริโภคต่อเนื่อง เพิ่มโฟกัสกลุ่มผู้ชาย รับกระแสรักสุขภาพ พร้อมเร่งเครื่องทำตลาดสร้างการรับรู้วงกว้าง ดึงลูกค้าจริง-ไมโครเอนเซอร์รีวิว ควบคู่ลอนช์โปรแกรมราคาเข้าถึงง่ายหลักร้อยถึงหลักพัน แก้เกมกำลังซื้อซบ ตั้งเป้าปี’64 ลูกค้าเพิ่ม 25-30% หากจะกล่าวว่าสินค้าสุขภาพเป็นเทรนด์ที่มาแรงที่สุดในปี 2564 คงไม่แปลก สะท้อนจากกลุ่มอาหารเสริมและวิตามิน ที่มีมูลค่าตลาดราว 80,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 10% โดยมีปัจจัยเอื้อหลักจากการเข้าสังคมสูงวัยในประเทศไทย และการเข้ามาของโควิด ยิ่งหนุนความนิยมมากขึ้น มุมหนึ่งนับว่าเป็นโอกาส แต่อีกมุมหนึ่งถือเป็นความท้าทายผู้ประกอบการ ทั้งในแง่กำลังซื้อที่ลดลง ประกอบกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นจากผู้เล่นหลากหลายหน้าที่กระโดดร่วมวงหวังชิงเม็ดเงินจากขุมทรัพย์นี้ นายศรัณย์ ชัยปราณี กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไวตาบูสท์ (ประเทศไทย) จำกัด ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ผู้ให้บริการด้านการป้องกันและฟื้นฟูด้วยวิตามินบำบัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาพรวมของตลาดวิตามินเฉพาะบุคคล (Personal Life Vitamin) ในประเทศไทย อาจจะกล่าวได้ว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักสำหรับกลุ่มผู้บริโภคหรือประชาชนทั่วไป จากก่อนหน้านี้วิตามินเฉพาะบุคคลมีให้บริการเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ และมีราคาค่อนข้างสูง เฉลี่ยคอร์สละประมาณ 20,000-40,000 บาท ทำให้ผู้บริโภคจัดอยู่เพียงเฉพาะในกลุ่ม A และ B+ จากโอกาสและช่องทางดังกล่าว ที่ผ่านมาไวตาบูสท์จึงหันมาให้ความสำคัญและเริ่มทำตลาดวิตามินเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยเน้นในเรื่องของราคาเข้าถึงได้ง่าย เพียงหลักพันบาท จับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นคนอายุ 35-60 ปีขึ้นไป ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี โดยก่อนหน้าที่โควิด-19 จะระบาด บริษัทเน้นโปรดักต์ไปที่กลุ่มความงาม เช่น ดูแลสุขภาพผิวพรรณใบหน้า และควบคุมน้ำหนัก เป็นต้น โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้หญิง 75% และกลุ่มผู้ชาย 25% แต่หลังจากมีการแพร่ระบาดของโควิดเกิดขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการรักษาสุขภาพเชิงป้องกัน ทั้งการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ดี ตลอดจนการรับประทานวิตามิน ส่งผลให้กลุ่มวิตามินเพื่อสุขภาพเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและไม่ฉาบฉวย ขณะที่กลุ่มวิตามินเพื่อความงามเริ่มลดลง เนื่องจากถูกมองว่าเป็นสินค้าลักเซอรี่ ไม่ใช่สิ่งเร่งด่วนที่จำเป็นต้องซื้อ และถูกผูกไว้กับเศรษฐกิจและกำลังซื้อเป็นหลัก นายศรัณย์กล่าวต่อไปว่า…

Read More