‘อุ๊งอิ๊ง’ นายกฯโพล กับเกมเลือกตั้งสนามจริง

โพลการเมืองเรื่อง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร” คะแนนนิยมพุ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่า ลูกสาวทักษิณได้อานิสงส์จากกระแสชัชชาติแลนด์สไลด์
การเมืองสองนครายุคใหม่ ยังเร็วไปที่จะสรุปว่า เลือกตั้งสมัยหน้า จะเกิดปรากฏการณ์เพื่อไทยแลนด์สไลด์ และอุ๊งอิ๊งเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี
กรณีนิด้าโพล ช่วงไตรมาส 2 ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 20-23 มิ.ย.2565 หัวข้อ “ประชาชนสนับสนุนนักการเมืองคนใดเป็นนายกรัฐมนตรี” พบว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ได้ร้อยละ 25.28 รองลงมาคือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 13.24 และพล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 11.68 ถูกพรรคเพื่อไทยนำไปขยายผลอย่างกว้างขวาง
ย้อนไปดูนิด้าโพลไตรมาสแรก ปี 2565 ในหัวข้อสำรวจเดียวกัน อุ๊ง อิ๊ง ได้ร้อยละ 12.53 ซึ่งเป็นการสำรวจช่วงก่อนวันที่ 10 มี.ค.2565 เวลานั้น ยังไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.
จังหวะที่ทีมงานนิด้าโพล โทรศัพท์ไปสอบถามกลุ่มตัวอย่าง “ยุทธการไล่หนู ตีงูเห่า” ที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพิ่งจบไปหมาดๆ บวกกับกระแสชัชชาติยังแรงต่อเนื่อง ชื่ออุ๊งอิ๊ง แพทองธาร จึงอยู่ในการรับรู้ของผู้คนมากกว่าพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และผู้นำพรรคการเมืองคนอื่นๆ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเมาหมัดกับการแก้ปัญหาน้ำมันแพง และเศรษฐกิจปากท้อง คะแนนนิยมจึงร่วงลงเรื่อยๆ
แกนนำพรรคเพื่อไทย คงประเมินว่า ชัยชนะในการเลือกตั้ง ส.ก. ที่ได้ 20 ที่นั่งจากทั้งหมด 50 ที่นั่ง ถือเป็นบันไดขั้นแรกของเพื่อไทยแลนด์สไลด์ จึงเปิดเกมรุกจากเมืองหลวงสู่อีสานใต้
“ศรีสะเกษโมเดล” น่าจะเป็นต้นแบบที่พรรคเพื่อไทยจะใช้ในการรณรงค์หาเสียงในทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ ที่ต้องแย่งชิงกับพรรคภูมิใจไทย
ศาสตร์และศิลป์ในการเลือกตั้ง ประกอบด้วย 2 แนวรบคือ แอร์วอร์ (AIR WAR) และกราวนด์วอร์ (GROUND WAR) ซึ่งเพื่อไทย ดำเนินกลยุทธ์แอร์วอร์มาต่อเนื่อง เพื่อปั้นแบรนดอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร แต่สงครามภาคพื้นดินหรือกราวนด์วอร์ ต้องลงไปดูพื้นที่จริง สนามจริง

ต้นสัปดาห์นี้ กกต.ได้เผยแพร่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งปี 2566 โดยคำนวณจากจำนวนราษฎร เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2564 โดยจะมีจำนวน ส.ส.เขต ทั่วประเทศ 400 คน
แยกเป็นภาคกลางมี ส.ส. รวม 122 คน, ภาคเหนือ มี ส.ส. 39 คน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี ส.ส.132 คน,ภาคตะวันออก มี ส.ส. 29 คน, ภาคตะวันตกมี ส.ส. 20 คน และภาคใต้ มี ส.ส. 58 คน
ถ้ามองจากผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ก็สามารถปักหมุดบนแผนที่เลือกตั้งได้ว่า พรรคใดเป็นเจ้าของพื้นที่บ้าง
ภาคกลาง ยกเว้น กทม. รวมถึงภาคตะวันออก และภาคตะวันตก พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.มากที่สุด รองลงมาคือ พรรคเพื่อไทย
ภาคเหนือ แยกเป็นโซนตอนบน พรรคเพื่อไทย ยังครองแชมป์ แต่โซนตอนล่าง กลับเป็นของพรรคพลังประชารัฐ
ภาคอีสาน แยกเป็นอีสานเหนือ พรรคเพื่อไทยกวาดที่นั่ง ส.ส.มาเป็นกอบเป็นกำ ส่วนอีสานใต้ พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ ยังเหนือกว่าพรรคเพื่อไทย
ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย ไล่บี้แชมป์ผูกขาดอย่างพรรคประชาธิปัตย์ จนสูญเสียพื้นไปกว่าครึ่งภาค
หากประเมินจากผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. สนามเลือกตั้ง กทม.สมัยหน้า คงเป็นการชิงดำของพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล โดยมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวสอดแทรก
อย่างไรก็ตาม ความฝันของอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร และแกนนำเพื่อไทย จะไม่บรรลุเป้าหมายแลนด์สไลด์ หรือมากกว่า 250 ที่นั่ง เพราะจะต้องฝ่าด่านสำคัญให้ได้
ด่านแรกคือ กลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ ในสมรภูมิภาคกลาง ,ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ซึ่งสมัยหน้า พื้นที่นี้จะมี ส.ส. 138 คน มากกว่า ส.ส.ภาคอีสาน ที่มี 132 คน
ครั้งที่พรรคไทยรักไทย ได้ 377 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2548 และพรรคเพื่อไทย ได้ 265 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2554 พรรคการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ก็ได้พึ่งพา ส.ส.บ้านใหญ่ ยึดภาคกลางไว้ได้เบ็ดเสร็จ
เลือกตั้งสมัยที่แล้ว ส.ส.บ้านใหญ่ ได้ทิ้งเพื่อไทยมาสังกัดพลังประชารัฐ และภูมิใจไทย จึงทำให้เพื่อไทย ได้ ส.ส.โซนภาคกลางแค่ 18 ที่นั่ง
สมัยหน้า โซนที่ราบลุ่มเจ้าพระยา-ป่าสัก อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้จัดทัพบ้านใหญ่ไว้พร้อมสรรพ ไล่มาตั้งแต่อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, นครนายก และปราจีนบุรี
สำหรับพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังมัดใจซุ้มบ้านใหญ่ให้ร่วมสู้ร่วมรบกันต่อไป
อย่างเช่นกลุ่มสุชาติ ชมกลิ่น ร่วมกับกลุ่มตรีนุช เทียนทอง ที่วางกำลังยึดโซนตะวันออก อย่าง ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา,สระแก้ว, ระยอง และจันทบุรี
นอกจากนี้ สุชาติ ชมกลิ่น ยังร่วมมือกับกลุ่มทายาทกำนันเซี้ย เมืองกาญจน์ และชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี ปักธงทั่วแนวรบตะวันตก
ด่านที่สองคือ พรรคภูมิใจไทย ที่สร้างป้อมค่ายไว้แข็งแรงที่โซนอีสานใต้ บวกกับกระแสกัญชาเสรี ที่มาแรงทั่วทั้งภาคอีสาน
ดังผลการสำรวจของอีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เรื่อง คนอีสานกับการปลูกกัญชาเสรี เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2565 โดยผลสำรวจพบว่า ครัวเรือนอีสานเกินครึ่งจะปลูกกัญชา
อีสานโพล ยังสำรวจพบว่า ความนิยมของพรรคภูมิใจไทย เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9 เมื่อการสำรวจเดือน เม.ย.2565 เป็นร้อยละ 13.7 อันเป็นผลจากการปลดล็อกกัญชา และผลักดันให้ชาวบ้านปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ได้
นี่เป็น 2 ด่านใหญ่ บนสมรภูมิเลือกตั้งที่เป็นจริง ซึ่งพรรคเพื่อไทย ต้องแก้โจทย์นี้ให้ได้ หากจะสานฝันทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ให้ได้กลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน หลังเลือกตั้งสมัยหน้า

#Ringsideการเมือง

Related posts

Leave a Comment