ส่องกลยุทธ์ 3 พรรคใหญ่ รับกติกาบัตร 2 ใบ สูตรหาร 100

ส่องกลยุทธ์ 3 พรรคใหญ่ รับกติกาบัตร 2 ใบ สูตรหาร 100

มีความชัดเจนว่า กติกาเลือกตั้งด้วยบัตร 2 ใบ จะมีการกลับสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปเป็นหาร 100 ตามความต้องการของผู้ถืออำนาจในขั้วรัฐบาล
จะว่าไปแล้ว พรรคการเมืองใหญ่ทั้งในขั้วรัฐบาล และฝ่ายค้าน ต่างเห็นด้วยกับกติกาเลือกตั้งบัตร 2 ใบ 400 เขต แต่สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะหาร 500 หรือหาร 100 ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย
วันนี้ พรรคใหญ่ได้เริ่มเดินหน้าหาเสียง สร้างจุดขายเชิงนโยบาย ขยายฐานสมาชิกพรรค และวางตัวผู้สมัคร ส.ส. ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์
สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ได้มีกิจกรรมทางการเมืองที่น่าวิเคราะห์เจาะลึก เพราะมันไม่ใช่แค่การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เท่านั้น
วันเสาร์ที่ 6 ส.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยกคณะไปจัดอีเวนท์พลังประชารัฐ พลังชาติไทย ที่ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงของพรรคเพื่อไทย
พล.อ.ประวิตร ได้มอบให้ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย เป็นผู้จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย ทั้ง 3 เขต
ที่น่าสนใจในการขับเคลื่อนของพลังประชารัฐ ภาคอีสานคือ การปรับทัพใหม่ของ พล.อ.ประวิตร โดยมอบให้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กลุ่มสามมิตร รับผิดชอบอีสานเหนือ
พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมกับเอกภาพ พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด รับผิดชอบอีสานกลาง
วิรัช รัตนเศรษฐ รับผิดชอบอีสานใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา, ชัยภูมิ ,ศรีสะเกษ, ยโสธร, บุรีรัมย์ และสุรินทร์
ส่วนแม่ทัพหลังม่านคือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่จะคอยสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ทั้งภาคอีสาน
เมื่อสมรภูมิเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคเพื่อไทยยึดครองพื้นที่ไว้เป็นส่วนใหญ่ แกนนำพลังประชารัฐ จึงจะไม่รบพร่ากำลัง โดยส่งผู้สมัคร ส.ส.จำนวนมากเพื่อหวังคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ เหมือนกติการเลือกตั้งบัตรใบเดียว
เลือกตั้งครั้งหน้า พลังประชารัฐจะเน้นเจาะ ส.ส.เขต ในจังหวัดที่มีความพร้อม โดยไม่หวังชนะยกจังหวัด ขอแค่ 1 เขตเป็นอย่างต่ำ
วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า ในภาคอีสานพลังประชารัฐจะใช้กลยุทธ์ พื้นที่ไหน พลังประชารัฐสู้ได้ ก็ต้องสู้ พื้นที่ไหนภูมิใจไทยแข็ง ก็หนุนให้สู้ จะไม่ชนกันเอง
กลยุทธ์ร่วมประสานกันของสองพรรคนี้ มีเป้าหมายเดียวกันคือ การต้านกระแสแลนด์สไลด์เพื่อไทย

วันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค.2565 อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำทีมนักรบห้องแอร์ และ ส.ส.เพื่อไทยจำนวนหนึ่ง บุกเชียงราย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 8 เขต
อีเวนท์ครอบครัวเพื่อไทยที่เชียงราย ก็ไม่ต่างจากวันที่ไปศรีสะเกษคือ การตอกย้ำกระแสแลนด์สไลด์เพื่อไทย และปลุกฟื้นคืนชีพเสื้อแดง
มาถึงวันนี้ คนแดนไกลได้เคาะลงมาแล้วว่า ไม่ว่าสูตรเลือกตั้งจะไปจบตรงไหน ในการเลือกตั้งสมัยหน้า จะมีพรรคเพื่อไทย พรรคเดียวในสนามเลือกตั้ง ไม่มีการแตกแบงก์พันอย่างแน่นอน
คนแดนไกลพูดหลายครั้งในแคร์คลับเฮาส์ กรณีชัชชาติแลนด์สไลด์ในกรุงเทพฯ สะท้อนว่า ประชาชนต้องการเลือกคนที่เข้าถึงได้ง่าย และมั่นใจว่าทำงานได้ทันที ซึ่งหากเป็นการเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทยมีจุดขายในส่วนนี้อยู่แล้ว
การขับเคลื่อนครอบครัวเพื่อไทย นำโดยอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ที่จะเดินสายไปตามภาคต่างๆ มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี เชื่อว่ากระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์จุดติดแน่นอน
จำนวน ส.ส.เขต 400 ที่นั่ง เพิ่มจากการเลือกตั้งปี 2562 ที่มี ส.ส. เขต 350 ที่นั่ง ทำให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้ ส.ส.เพิ่มมากขึ้น

วันเดียวกันกับเพื่อไทยไปภาคเหนือ พรรคภูมิใจไทย ก็ยกทัพไป อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี โดย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดตัว นรินทร์ คลังผา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี เขต 3 ซึ่งนรินทร์ เป็นลูกชาย อำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี 4 สมัย ที่ได้ฉายา บ้านใหญ่โคกสำโรง
ระหว่างการปราศรัยกับชาวโคกสำโรง อนุทิน บอกว่า “คราวนี้ 3 กระทรวง คราวหน้าขอ 6 กระทรวง เลือกมาเยอะๆ พี่น้องไม่ต้องเกรงใจ ถ้าจะเป็นนายกฯ ก็ต้องเป็น..”
นี่เป็นลีลาการพูดบนเวทีเปิดตัว ส.ส.ของหัวหน้าพรรค ที่ดูจะไม่ผิดไปจากความเป็นจริงทางการเมือง เนื่องจากพรรคภูมิใจไทย มีนักการเมืองประเภทบ้านใหญ่ ได้ติดต่อขอเข้ามาร่วมงานด้วยเป็นจำนวนมาก
แคมเปญ “พูดแล้วทำ” ของพรรคภูมิใจไทย กลายเป็นจุดแข็งของพรรค เพราะพูดอย่างไร ก็ทำได้อย่างนั้น เหมือนที่อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดไว้ที่ จ.พิจิตรว่า “เราจะใช้บุรีรัมย์โมเดล พรรคภูมิใจไทยพูดอะไรแล้วทำหมด ทำสำเร็จด้วย เพราะเรากล้าทำ”
ล่าสุด มีกระแสข่าวว่า บ้านใหญ่นครปฐม หรือตระกูลสะสมทรัพย์ จะย้ายมาซบภูมิใจไทย ซึ่งเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม ได้ชี้แจงว่า ยังไม่ได้มีการพูดเรื่องนี้กับทางภูมิใจไทย แต่การตัดสินใจของตระกูลสะสมทรัพย์ว่า สมัยหน้าจะไปต่อกับพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคต
เผดิมชัยบอกว่า พวกเรากำลังพูดคุยกันถึงการรวบรวมนักการเมืองในนครปฐมมาร่วมใจพัฒนาท้องถิ่น
ถอดความระหว่างบรรทัดจากคำพูดเผดิมชัย ก็หมายถึงอนาคตบ้านใหญ่นครปฐม ก็ต้องหาทางเลือกใหม่ที่จะเอื้อต่อการพัฒนาจังหวัดตัวเอง
เมื่อพรรคภูมิใจไทย วางยุทธศาสตร์การเลือกผู้สมัคร ส.ส. โดยมุ่งไปที่กลุ่มการเมืองที่มีฐานเสียงเข้มแข็ง กติกาเลือกตั้งจะหาร 100 ก็ไม่มีผลอะไร เพราะเน้น ส.ส.เขตเป็นหลัก
ตรงกันข้าม เมื่อจำนวน ส.ส.เขต มีมากถึง 400 ที่นั่ง พรรคที่เป็นศูนย์รวมบ้านใหญ่ทั่วประเทศอย่างภูมิใจไทย ย่อมไม่กังวลกระแสแลนด์สไลด์เพื่อไทย

#Ringsideการเมือง

Related posts

Leave a Comment