น้ำตาครูดอย ลาผ่าตัดเนื้องอก สุดช็อกผอ.บีบลาออก จนตกงาน #ถกไม่เถียง

วันที่ 23 ก.ย.2564 น.ส.ญานิศา เกตุรัตนสมบูรณ์ (ครูบีม) อดีตครูอัตราจ้าง ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายวิโรจน์ ปุมะ แฟนหนุ่ม ผู้ที่พาครูบีมไปรักษา ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ ถึงประเด็นดังกล่าว

ครูบีม เปิดใจถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า ตนเองเป็นครูในโครงการที่มาช่วยแก้ปัญหาโรงเรียนที่ขาดแคลนคุณครู ซึ่งโรงเรียนที่ครูบีมสอนอยู่ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง ห่างจากตัวเมืองไกลมาก การเดินทางต้องขับรถลุยน้ำ และขึ้นดอย ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ถ้าฝนตกอาจนานถึง 6 ชม. ครูบีมทำงานที่นี่ได้ 1 ปี 10 เดือน ที่โรงเรียนมีนักเรียนประมาณ 60 คน ชั้นอนุบาล ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 มีครูทั้งหมด 8 ท่าน รวมครูบีมด้วย และเพราะด้วยความที่ครูไม่พอ จึงต้องสลับกันพัก ครูบีมจะทำหน้าที่ทุกอย่าง รับผิดชอบทั้งงานวิชาการ และงานเอกสาร ตัวครูบีมได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเด็ก ป.3 แต่ครูไม่พอ ก็ต้องสอนทุกระดับชั้นตั้งแต่ ป.1-ป.6 นอกจากนี้ยังทุ่มเทสอนนอกเวลาเรียน ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 1 ทุ่ม พราะอยากให้เด็กได้เรียน ก็เลยเปิดห้องของตัวเองให้เด็กเข้ามาเรียน เป็นห้องรียนพิเศษ

จุดเปลี่ยนของชีวิตเกิดขึ้นวันที่ 29 พ.ค.62 ครูบีม เล่าให้ฟังว่า เกิดอาการปวดท้องหนักมาก หน้าท้องนูนขึ้นมา ก็เลยส่งข้อความไปในไลน์กลุ่มบอกว่าเราปวดท้อง ครูผู้หญิง ที่อยู่ในโรงเรียนก็เลยช่วยพาเราไปส่ง รพ. แพทย์แจ้งว่าเป็นซีสต์ ยังไงก็ต้องผ่า แต่ยังผ่าตอนนี้ไม่ได้ เพราะต้องรอผลเลือดก่อน รอผลเลือดประมาณ 10 กว่าวัน ระหว่างนั้นก็กลับไปอยู่บ้านที่ม่อนแจ่ม แพทย์ให้พยุงอาการตัวเองไว้ ทำให้ขึ้นไปโรงเรียนไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้คุณครูทุกท่านทราบเรื่องนี้ แต่ไม่สามารถติดต่อ ครูใหญ่แบบส่วนตัวได้ เพราะเขาให้ติดต่อผ่านไลน์กลุ่มเท่านั้น พอผลเลือดออกมาพบว่ามีค่ามะเร็งสูง เป็นจังหวะเดียวกับที่ทาง ครูใหญ่ส่งข้อความมาหาเรา บอกว่าถ้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ก็ให้ลาออกไปซะ เราก็เครียดมาก เครียดทั้งสุขภาพกายทั้งสุขภาพใจ เราก็ไม่ได้แจ้งลาป่วยเพราะส่งข้อความไปถึงโรงเรียนไม่ได้ เราเข้ารับการผ่าตัดวันที่ 25 มิ.ย. ผ่าช็อกโกแลตซีสต์ในรังไข่ทั้ง 2 ข้าง เราก็แจ้งไปในไลน์กลุ่มว่าจะผ่าตัดแล้วนะ คุณครูในกลุ่มก็ตอบกลับมาอวยพรเรา

ในวันที่ครูใหญ่ส่งข้อความมา เราก็เลยไปขอใบลาออกที่เขต เขาก็ถามเหตุผลเราก็บอกว่าเราป่วยจะผ่าตัดนะ เขาก็แจ้งว่าเหตุผลนี้มันฟังไม่ขึ้น และลาออกต้องแจ้งล่วงหน้า 1 เดือน เราเลยขอมาทั้งใบลาออก ลากิจ ลาป่วย ตอนเราเขียนใบลาออกก็ไม่รู้ว่าจะเขียนเหตุผลว่าอะไรเพราะระบุเหตุผลว่าป่วยมันฟังไม่ขึ้น ก็เลยเว้นเอาไว้ แล้วไปถามครูใหญ่ว่าอยากให้เขียนเหตุผลว่าอะไร แต่เขาไม่บอกอะไร เขาถามกลับว่า ถ้าผมโดนตั้งคณะกรรมการสอบครูบีมจะให้ผมทำยังไง จังหวะนั้นเขาเห็นใบลากิจ ลาป่วย เขาก็เลยหยิบมาเซ็น ทั้งที่เราไม่ได้เขียนอะไรลงไปเลย

หลังจากผ่าตัด ทุกอย่างกลับมาปกติ ต่อมาเดือนกันยาจะมีการประเมินครูอัตราจ้างเพื่อทำการต่อสัญญา หนังสือมาวันที่ 15 เราก็บอกครูใหญ่ว่ามีหนังสือมา ครูใหญ่ก็บอกให้เราทำแบบประเมินขึ้นมาเลย เราก็รีบทำแล้วเอาขึ้นไปให้เขา คือนอกจากครูใหญ่ประเมิน ยังมีกรรมการอีก 2 คนที่ประเมินเราด้วย กรรมการทั้ง 2 คน ประเมินให้เราแล้ว แต่ครูใหญ่ไม่ยอมประเมินให้ สุดท้ายคือครูใหญ่ไม่ยอมเซ็นใบประเมินให้เรา ทำให้การประเมินเป็นโมฆะ พอมาถึงการประเมินครั้งที่ 2 ปรากฏว่าคะแนนเราตก ไม่ผ่านการประเมิน ทำให้เราไม่ได้ถูกจ้างต่อ เราตกใจกับคะแนนการประเมิน เลยไปถามกรรมการซึ่งก็คือผู้ใหญ่บ้าน ว่าทำไมคะแนนถึงลดลง ทั้งๆที่ครั้งแรกเขาประเมินให้สูงกว่านี้ เราถามเหตุผลเขา เขาก็บอกเราว่าพูดอะไรมากไม่ได้ จากนั้นก็บล็อกเฟซบุ๊คหนีไปเลย ทำให้เชื่อว่าโดนกลั่นแกล้ง ด้วยเหตุผลที่เราป่วยจนไม่สามารถไปทำงานได้ ซึ่งตัวเราเองก็มีการทักแชทไลน์ครูใหญ่ แจ้งแล้ว แต่ครูใหญ่ไม่อ่านไม่ตอบ

ทางรายการจึงได้ติดต่อไปยัง นายคุณาพิชศน์ แซมสีม่วง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ครูบีมเป็นลูกจ้างชั่วคราว สพฐ. ได้เอางบประมาณมาจ้างครูชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตขาดแคลนครู ซึ่งทางเราได้แจ้งไปวันที่ 22 ก.ย. แล้วว่าจะมีการประเมิน ซึ่งกรรมการประเมินที่ประเมินให้น้อง ถูกแต่งตั้งโดยไม่ชอบ เพราะกรรมการที่ถูกต้องจะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของ สพฐ. ประเด็นที่น้องบอกว่าลาป่วย และมีใบรับรองแพทย์ อันนี้ถูกต้องครับ แต่วันที่ 31 ก.ค. ถึง 26 ส.ค. ครูบีมหายไปเลย ทางครูใหญ่แจ้งว่ามีการว่ากล่าวตักเตือนแล้วหลายครั้ง แต่กลับถูกตอบโต้ด้วยการประชดประชัน สำหรับเหตุผลที่ประเมินไม่ผ่าน เพราะคะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ น้องได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมและฟ้องศาลปกครอง มีผอ.เขตเป็นจำเลย วันที่ 20 ส.ค. และเรียกค่าเสียหาย 1.8 แสนบาท ตอนนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการของศาลปกครอง น้องมีสิทธิลาตามใบรับรองแพทย์ แต่ทุกช่วงเดินกันยายนจะมีการประเมินครูอัตราจ้าง ซึ่งครูบีมประเมินไม่ผ่าน เมื่อไม่ผ่านเราทำอะไรไม่ได้ เรายึดการประเมินเป็นหลัก เลยไม่ได้รับการจ้างต่อ เราไม่สามารถต่อสัญญาให้ได้

ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ทนายความชื่อดังพูดถึงกรณีนี้ว่า แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนของระเบียบ ต้องทำตามระเบียบขั้นตอนของราชการ ส่วนที่สองคือ ส่วนความเห็นใจ การเจ็บป่วยนี่อาจจะมีการยืดหยุ่นกันได้ ส่วนที่ 3 คือการเอื้อประโยชน์ ต้องดูว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้ใครไหม มีการทุจริตไหม อย่างที่ผมบอกคนหนึ่งถือระเบียบ อีกคนที่แบบฉันป่วยฉันขอความเห็นใจ อีกส่วนเอื้อประโยชน์ให้กันไหม จำเป็นต้องรีบจ้างครูมาทนแทนน้องไหม ข้อเท็จจริงต่างๆที่น้องบอกว่าไม่ชอบมาพากล น้องต้องไปยื่นอุทธรณ์ที่เขต แต่ทีนี้เหมือนทาง ผอ.บอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ทำให้เลือกที่จะประเมินและไม่จ้างครูบีมต่อ

อ่านต่อ https://teroasia.com/news/228893

#เรื่องนี้ต้องดู #น้ำตาครูดอย #ล่าผ่าตัดโดนไล่ออก #Ch7HD #TERODigital

Related posts

Leave a Comment